แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปราณบุรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปราณบุรี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

รีวิวโรงแรม อลีนตา รีสอร์ตแอนด์สปา หัวหิน-ปราณบุรี, Aleenta Hua Hin-Pranburi

Aleenta
หยุดสงกรานต์ไม่เคยไปไหนได้ไกลมาหลายปีแล้วครับ ครั้งสุดท้ายที่หยุดสงกรานต์ที่ผมจะได้มีบุญวาสนาไปเมืองนอกกับเขามั่งนั้นครั้งสุดท้าย น่าจะเกิน 5 ปีแล้วนะครับ  ยุคนี้เราสามารถใช้ชีวิต" ให้เป็นที่น่าอิจฉา" ของคนอื่นได้ง่ายมาก ด้วยการแปะอะไรใน facebook ไง  ช่วงปีนี้เพื่อนผมใน facebook ไป ญี่ปุ่น กันเยอะมากๆครับเป็นชีวิตที่น่าอิจฉามากมาย  แต่ผมว่า อย่าทำตัวเป็นที่น่าอิจฉาเลย ผมว่าทำอะไรที่มัน "พอดี" น่ะครับ จะดีที่สุดสำหรับทุกๆคน ทั้งตัวเองและคนอื่น

ไปเที่ยวสงกรานต์ปีนี้ ระบุไปตั้งแต่แรกว่าจะไป Aleenta ครับ อลีนตาที่ปราณบุรี  เหตุผลที่เลือกไปที่นี่ก็เพราะว่า ที่หัวหินคงจะจอแจมากในช่วงวันหยุดยาวเช่นนี้  และถ้าเลือกได้ ผมก็จะพยายามเลือกพักที่ที่ไม่ซ้ำเดิม เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาเขียนรีวิวด้วยไงครับ

อลีนตา ปราณบุรี ประกอบด้วยสองฝั่ง คือฝั่ง main wing และฝั่ง Frangipani wing ครับ ห่างไกลกันมากทีเดียว น่าจะเกิน 500 เมตรครับ (Frangipani wing คือฝั่งที่มีดอกลั่นทม มากมายมั้งครับ ที่รีสอร์ตนี้ทั้งสองฝั่งมี ต้นลั่นทมปลูกอยู่เยอะเหมือนกัน :ลั่นทม "การละแล้วซึ่งความโศกเศร้า")

Frangipani
ผมเดาว่า สมัยก่อนที่สองแปลงนี้มันคงจะมีเวิ้งอะไรสักอย่างอยู่ จนกระทั่งเกิดการถมที่ และสร้างเป็นโรงแรม Villa Maroc และบ้านพักอีกหลายหลัง ตรงพื้นที่ระหว่างทั้งสอง wings ของ อลีนตาครับ  ผมไม่ได้ไปพัก Villa Maroc หรอกครับ เพราะว่ามันแพงมาก ไม่มีปัญญาจะไปนอนได้  แต่ก็ยังอดสงสัยเรื่องถมที่ดินตรงนี้ไม่ได้สักที

Villa Maroc
Aleenta เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่เป็นเจ้าของส่วนตัว คือไม่ใช่ chain ของโรงแรมครับ โรงแรมนี้เป็นเจ้าของโดยบริษัท Akayrn Hospitality Management Service (AHMS) ที่เป็นเจ้าของและผู้บริหารโรงแรมอยู่สองแห่งได้แก่ อลีนตา หัวหิน ปราณบุรีแห่งนี้ และ อลีนตา ภูเก็ต พังงา ครับ   อดสงสัยไม่ได้อีกแล้วนะครับ ว่าตกลงจะอยู่หัวหิน หรือปราณบุรี  หรือจะ ภูเก็ต หรือพังงา จะเอายังไงกันแน่ ผมนี่ช่างสงสัยมากไปเปล่าครับ

คุณ อัญชลิกา กิจคณากร ท่านผู้ก่อตั้ง เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ตอนนั้นที่ตั้งใจจะเริ่มกิจการโรงแรม ก็แค่ตั้งใจจะวางแผนเกษียณ ให้ตัวเองครับ  ทำไปทำมาเลยกลายเป็นธรุกิจหลักจนถึงทุกวันนี้  ตอนนี้นอกจากจะเป็นเจ้าของ อลีนตาทั้งสองแห่งแล้ว ก็ยังไปรับบริหารโรงแรมให้คนอื่นในชื่อ อคิรา และอัคริน ครับ ชื่อยากๆทั้งนั้น

Lobby
สำหรับชื่่อ Aleenta เองนั้น ท่านบอกว่ามาจากภาษาสันสกฤตที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า "A Rewarding Life" ครับ  โรงแรมนี้ เล็กๆและมีจำนวนห้องพักเพียง 23 ห้องเท่านั้น รวมสองฝั่งแล้วครับ  และนั่นเป็นอาจเป็นเหตุนึงที่ทำให้ราคาของห้องพักที่นี่ ค่อนข้างสูง (อย่างน้อยก็สำหรับผม) Aleenta เขาอยู่ในกลุ่มของ SLH หรือ Small Luxury Hotel of the world ด้วยนะครับ ในไทยมีอยู่ 21 โรงแรมที่อยู่ในกลุ่มนี้ และถ้าแถวๆหัวหิน ปราณบุรี มีแค่สองโรงแรมคือที่นี่และ AKA resort Guti Huahin   และโรงแรมนี้ได้รับคะแนนประเมินจากผู้คนที่เคยไปพักมาใน web agoda ที่ค่อนข้างคะแนนสูงมากทีเดียวครับ ก็เลยเป็นเหตุให้ผมอยากลองไปนั่นแหละ

มาดูห้องพักดีกว่าครับ ห้องนี้เป็นห้องฝั่ง Frangipani ครับ มีห้าห้อง ในห้องทุกห้องไม่มีโทรทัศน์ครับ และมี Ipod Dock ที่ผมชอบมาก กับมี Ipod รุ่นเก่า เสียบไว้ให้ตัวนึง  เครื่องนี้ไม่ support กับ Iphone รุ่นใหม่ๆครับ คือ charge ไฟไม่เข้า แต่เปิดเพลงอะเปิดได้อยู่


Ipod dock

เตียง

เตียง
ผมว่า บริเวณของห้องนี้ใหญ่เกิน คือห้องน้ำกับระเบียงใหญ่มากๆครับ สามารถพาเพื่อนมานั่ง party ได้ราว 6-7 คน ในขณะที่ห้องพักน่าจะพักได้ 2 คน กับห้องน้ำที่ใหญ่มาก แต่ไม่มีอ่างอาบน้ำกับเขาหรอก พื้นที่ปล่อยให้ว่างเสียเล่นๆ ในห้องน้ำซะงั้นครับ  ก็เลยมีแต่ rain shower อย่างเดียว กับอ่างล้างมือสองอันใหญ่ๆ
Aleenta

Aleenta
กับสระว่ายน้ำเล็กๆ ที่ว่ายน้ำอยู่หน้าบ้านของอีกสามบ้านด้านล่าง คนนั่งหน้าบ้านด้านล่างก็ไม่ส่วนตัว คนว่ายก็ไม่ส่วนตัวนะครับ

Frangipani
Frangipani
สมมติว่าผมอยากถ่ายรูปที่เดียวกันนี้ให้เป็น infinity pool ละ ก็ย่อมทำได้ แบบรูปนี้ มันคือสระเดียวกับข้างบน
Frangipani
ไปดูฝั่ง main บ้างครับ 
Aleenta Pran

Aleenta Pran

Aleenta Pran
จะว่า มี privacy ผมว่า ก็ต้องคิดดูสักนิดว่าจริงหรือไม่ครับ

ส่วนรูปนี้เป็นสระน้ำเล็กๆ ที่อยู่ตรงข้างกับที่กินข้าวเลยครับ ไม่ค่อย work นะ อย่างน้อยก็ในความคิดของผมอะนะ

Aleenta Pran
มาชม dinner ที่ Aleenta กันบ้างนะครับ โดยรวมถือว่า OK 

Dinner at Aleenta
 น้ำใน menu มีแต่ Vittel นะครับ ซึ่งราคาพอๆกะเบียร์เลยละ  ดีที่พนักงานมีใจบริการหาน้ำราคาปกติมาให้ดื่ม
Dinner at Aleenta
 ผักน่าจะมาจากแปลงผักปลอดสารพิษที่ทางรีสอร์ต ร่วมกับโรงเรียนในชุมชน ปลูกขึ้นมานะครับ  หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น
Dinner at Aleenta

Dinner at Aleenta
แล้ว Aleenta จะเป็นที่ที่" สมบูรณ์แบบที่สุด" ในการพูดว่า "ฉันรักเธอ" "ผมรักคุณ" หรือจะพูดว่า "I want to be just here, with you." จริงหรือ  ถ้าเป็นแต่ก่อนผมว่าใช่เลย แต่ตอนนี้ ผมไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน

อาหารเช้ามั่งครับ ที่เดียวกัน น้ำผลไม้เขาใส่ไว้เป็นขวดๆแบบนี้

Breakfast at Aleenta
 วันที่สองเจอนมบูด ซะงั้น อาจเพราะว่าอากาศร้อน และเป็นช่วงเทศกาล  แต่ผมไปพักที่อื่นก็ไม่เคยเจอเช่นนี้แต่ประการใดครับ อาจเป็นคราวเคราะห์ของผมจริงๆ

Breakfast at Aleenta
 อาหารเช้าใช้วิธีสั่งเอาครับ  ข้อดีอย่างนึงของที่นี่คือ อาหารเช้าคนส่วนมากที่มา sweet กัน เขาสั่งเข้าไปมื้อเช้าบนเตียงกันเลยครับ และก็ดูทำดีเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้ถ่ายมา

Breakfast at Aleenta
 Brie cheese
Brie cheese
ไข่ละลายอยู่บนขนมปัง มีสองแบบเหมือนกัน แบบนึงเป็นปลา แบบนึงข้างในเป็นผักขมครับ
Breakfast at Aleenta

Breakfast at Aleenta

Breakfast at Aleenta
แล้วตกลงไปดีอะเปล่า อันนี้ ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลละกันนะครับ ผมเขียนไปตามที่ผมคิดเห็น ด้วยความรู้อันจำกัด และน้อยนิดของผมครับ  "ไม่มีโอกาสที่สองสำหรับ การสร้างความประทับใจแรก"ครับ

ขอทิ้งท้ายความประทับใจของที่นี่ไว้อย่างนึง ที่ประทับใจที่สุด คือความมีน้ำใจบริการของพนักงานทุกๆคนที่ผมได้สัมผัสและพบเห็นครับ

เชิญชมรูปในบรรยากาศสงกรานต์ได้ครับ สวัสดี

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta

Song Kran at Aleenta
อันนี้ facebook ครับ https://www.facebook.com/aleenta.pranburi
ส่วน twitter ก็ @AleentaResorts

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

รีวิวโรงแรม ซิกเซนต์ หัวหิน ( Review Six Senses Huahin ,Thailand )

ผมว่ามีคนไม่น้อยทีเดียวที่ สับสนระหว่าง Evason Huahin Pranburi เอวาซอน หัวหินปราณบุรี กับ  Sixsenses Huahin ซิกเซนต์ หัวหิน เพราะเรียกสับสน ไปเอวาซอน บอกไป ซิกเซนต์ เนื่องจากโรงแรมทั้งสองแห่งนี้ เป็นโรงแรมในเครือเดียวกัน แต่ณ ที่แห่งนี้ เขาตั้งอยู่ติดกันเลย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นคนละที่กันครับ  ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขียนถึง โรงแรมแห่งนี้ครับ

ครั้งที่หนึ่งคือ ที่นี่ 
ครั้งที่สองคือ ที่นี่

ครั้งแรกนั้นเป็นการไปนอนห้องน่าจะธรรมดาที่สุดของฝั่ง เอวาซอน ส่วนครั้งที่สองนอนที่ฝั่งเอวาซอน แต่เป็นห้อง pool villa ครับ  และครั้งนี้ ไปนอนห้องฝั่งเอวาซอนห้อง ธรรมดา แต่ระเบียงใหญ่กว่าเดิม และก็ย้ายมานอนที่ Duplex ของฝั่ง Sixsenses ครับ   เหมือนเคยครับ คือนอนโรงแรมในเครือนี้สะสม point ได้เหมือนเดิมครับ ( Six senses spirit )

เริ่มกันด้วยฝั่ง Evason ครับ  Evason หัวหินมี pool villa 40 ห้อง กับห้องธรรมดาอีก 187 ห้อง ห้องที่พักห้องนี้ระเบียงใหญ่กว่าห้องที่อยู่ในรีวิวครั้งแรก ราคาแพงกว่ากันราว 20% ครับ แต่ผมชอบนะครับ ระเบียงที่ใหญ่ออกไปนี่ใหญ่พอๆ กับห้องเลยทีเดียว คอนเซฟของ Evason คือการกลมกลืนกับธรรมชาติและชุมชน ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ได้รางวัลมาแล้วมากมาย

ผมไม่พาชมห้องแล้วนะครับ ห้องเหมือนกับที่อยู่ใน รีวิวครั้งที่ 1 นั่นแหละ กดไปดูได้เลย 
ความใส่ใจเล็กๆน้อยๆ สร้างสิ่งแตกต่างได้

ระเบียง
สิ่งสำคัญที่คงเส้นคงวาเสมอมา คือการบริการชั้นเลิศของโรงแรมในเครือนี้ การทำให้ลูกค้าประทับใจเกินคาด ที่ให้ลูกค้ากลับมาอีก การเขียนคำทักทายลูกค้าเล็กๆน้อยๆ การให้ของขวัญ เล็กๆน้อยๆแก่ลูกค้าเมื่อ check out รวมทั้ง ของบางอย่างที่ร้านอาหาร ก็ให้ลองทานฟรีๆ  เหล่านี้ครับ ที่เหนือกว่าที่อื่นเสมอมา

ภายในร้าน The Beach 
Restaurant

สลัด

พิซซ่า
ครั้งนี้ได้ลองทานอาหารข้างในโรงแรมกันบ้างครับ หลักๆ มีกันอยู่สามห้องอาหาร คือร้านอาหารไทยตรงริมสระบัว  ร้าน Bar restaurant เป็นอาหาร snack sandwich และ แล้วก็ ร้าน The Beach restaurant เป็น อิตาเลียนครับ  ผลการทดลองทานร้าน The Beach restaurant คือ เป็น ร้านอาหารอิตาเลียน ที่อร่อยมากๆ ครับ เผลอๆ อร่อยกว่าร้าน ดีๆ ในกรุงเทพหลายๆร้านเสียอีก (Chef ของโรงแรมนี้เป็นฝรั่งทั้งหมดครับ)  มั่นใจครับ ว่าอร่อยจริง แนะนำเลย ถ้าพาแฟนไป sweet เราอย่าเสียเวลาไปทานอาหารข้างนอกให้เสียบรรยากาศ ทานนี่แหละครับ เพื่อความ sweet ที่สมบูรณ์ แบบ :)

ต่อมา อีกที่หนึ่งครับ ร้าน The bar restaurant คือ ผมไม่ได้ขยับไปไหน ก็ทานอยู่ที่นี่แหละ ร้านนี้ทานมื้อเที่ยงได้ ก็มี sandwich Pizza อะไรพวกนี้ครับ
wifi free ที่บริเวณ Bar ไม่ต้องใช้ password 

สลัดซีซาร์

พิซ่า
บริเวณบาร์ ริมสระใหญ่ มี wifi ให้ใช้ฟรีไม่ต้องมี password เชื่อมต่อครับ ส่วนอาหารก็ตามรูปครับ ผักต่างๆที่ใช้ เป็นผักที่ปลูกเองในนี้ปลอดสารพิษครับผม  ส่วนอาหารเช้าผมไม่เอารูปมาลงแล้วนะครับ มันเหมือนเดิม ก็ไปดู รีวิวเก่าได้เลย

ทีนี้เราย้ายไปฝั่ง Six Senses กันบ้าง ห้องพักทั้งหมด 55 ห้อง ห้องที่พักคือห้องแบบ Duplex ฝั่ง Six Senses มีห้องอาหารของตัวเอง มี ห้องพักแบบ Duplex และ Pool Villa ห้อง Pool Villa จะแพงกว่า ด้านนี้ หรูหรากว่าอีกด้านมาก และมี spa ของตัวเองที่ได้รางวัลมากมายเช่นกันคือ Six Senses Earth Spa ครับ



ห้องนอนชั้นบน

ระเบียงชั้นบน ที่ห้อง Duplex Sixsenses Huahin

ที่อาบน้ำกลางแจ้ง

อ่างล้างมือ


ระเบียงที่ชั้นล่างห้อง Duplex




Wi-fi ฟรีในห้องไม่ต้องใช้ Password





ห้องพักแบบ Duplex นี้ ราคาแพงกว่าห้องพัก pool villa ในรีวิวครั้งที่สองราว 30% ครับ แต่จะได้ห้องที่มีพื้นที่ใหญ่มาก และเป็นสองชั้น มีทีวีอยู่ทั้งสองชั้น มีห้องน้ำสามห้อง คือมันค่อนข้างใหญ่ไปมากเลยสำหรับคู่รัก ที่มากันสองคนนะครับ แบบนี้มากันได้ทั้งครอบครัวเลยทีเดียว

ห้องน้ำด้านบนก็มีที่อาบในอ่างกลางแจ้ง กับอาบฝักบัวกลางแจ้ง แต่ปัญหาคือห้องน้ำที่อยู่ด้านระเบียงบ้านด้านหน้า มันจะอยู่คนละทิศทางกับห้องน้ำอีกฝั่งหนึ่ง และเวลาอาบน้ำแล้วน้ำที่ไหลออกมานอกอ่าง จะไหลตกลงไปโดนเบาะด้านล่างได้ เหมือนน้ำตกเลยทีเดียว   ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะยกเลิกอ่างนี้ไปเลยก็ได้นะครับ

Wi-fi ในห้องฟรีครับ และตอนกลางคืนพนักงานจะมา turn bed ให้ และมาจุดเทียนที่ริมสระน้ำของเราให้ด้วย

อีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบคือฝั่งนี้ เขามีห้องอาหารริมสระบัว ที่มีที่นั่งจมอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำด้วยครับ คือเหมือนนั่งอยู่ในน้ำเลยอะครับ ชอบครับ ตอนเช้าก็มาทานอาหารที่ตรงนี้ ส่วนตอนกลางคืน ที่นี่ก็เป็นบาร์

ที่นั่งริมน้ำ

ห้องอาหารริมสระ


ห้องสมุด 

ห้องอาหารยามค่ำคืน
อาหารเช้าของฝั่งนี้มีไม่มากนัก แต่เขาให้สั่งเป็น  a la carte   เอา
วันที่ไปนี้เป็นวันจันทร์ เป็นวัน Meat free day ของที่นี่ครับ

ห้องอาหารที่ Six Senses หัวหิน



อาหารที่สั่งเอาก็พวกเมนูไข่ต่างๆ ไส้กรอก แล้วก็พวกหน้าตาแปลกๆ แบบนี้ครับ
เห็ดออเกนนิกบนขนมปัง

กล้วย บนแพนเค้ก
สุดท้ายแล้วครับ Evason Pranburi Huahin และ Six Senses Huahin เป็นที่ที่จะผมชอบเสมอมา และคงยังชอบต่อไป เพราะบริการของที่นี่เหนือกว่าที่อื่นจริงๆ และอาหารก็อร่อยมากครับ ถ้ามีโอกาส ก็แนะนำครับ แนะนำอย่างยิ่ง