แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Europe แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Europe แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เบอร์ลินมาราธอน 2019 แบบ สั้นๆ Brief review on Berlin Marathon 2019

Berlin marathon 2019
สวัสดีอีกครั้งครับ หลังจากหายไปนานหลายเดือน เพราะผมก็เดินทางเยอะด้วยและก็มีเรื่องหลายๆ อย่างเกิดขึ้นในปีนี้  ผมคิดว่า การวิ่งมาราธอนเนี่ย ง่ายที่สุดแล้ว เพราะเรารู้ว่ากระบวนการทำงานมันเป็นยังไง และเราก็กำหนดชีวิตของเราเองได้ ว่าจะซ้อมยังไง จะแข่งยังไง และที่สำคัญเรารู้ว่าเส้นชัยอยู่ที่ไหน

แต่ถ้าต้องมาทำงานกับคนนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะคนมีอารมณ์ มีความแปรปรวนและไม่แน่นอน งานบางอย่างที่ผมตั้งใจทำมาเป็นปี ก็สามารถโดนทำลายไปได้ จากความคิดว่าเป็นความตั้งใจดี และกระทำด้วยความฉลาดของคนบางคน  ดังนั้นผมจึงคิดว่าจากนี้เราคงต้องทำอะไรด้วยตัวเอง จะไปหวังว่าใครจะมาช่วยเราได้ เพราะเขาอาจไม่ได้เป็นพวกเราจริงๆ

กลับมาเล่าเรื่อง เบอร์ลินมาราธอนครับ  เบอร์ลินมาราธอนเป็นหนึ่งใน World Major marathon ที่ประกอบด้วย บอสตันมาราธอน นิวยอร์คมาราธอน ชิคาโกมาราธอน เบอร์ลินมาราธอน โตเกียวมาราธอน และลอนดอนมาราธอนครับ  ซึ่งสำหรับ Berlin marathon นั้นก็จะจัดในช่วงเดือน กันยายน ตุลาคม อะไรแถวๆนี้ และพอจัดเสร็จแล้ว ถัดไปสัปดาห์หนึ่งก็จะมีการให้จับสลากลงแข่งกันใหม่เลยครับ

สำหรับเบอร์ลินมาราธอนนั้น ผมก็ลงจับสลากไปสองครั้งแล้ว และก็ไม่ได้ ครั้งนี้เพื่อนๆบอกว่า สมัคร Sport tour ไปเลย ไม่ต้องจับสลาก มันจะ การันตีหมายเลขวิ่งให้เลย และก็ รวมโรงแรมให้สามคืน ซึ่งก็เลือกได้ว่าจะถูกจะแพงจะอยู่ตรงไหนครับ https://www.sportstoursinternational.co.uk

ของผม ก็สมัครแบบโรงแรมสามคืน นอนสองคน และรวมบิบ ราคาก็ประมาณห้าหมื่นกว่าบาท ครับ

สำหรับการเดินทางของผมนั้นก็เดินทางโดยสายการบินไทย บินตรงจากสุวรรณภูมิ ไปลงที่ Frankfurt เพราะว่า แลกตั๋วไป ก็เลือกไม่ได้มาก และก็นอนที่ Frankfurt หนึ่งคืน ก่อนจะนั่งรถไฟไปที่ Berlin โดยใช้เวลานั่งรถไฟอีกประมาณสี่ชั่วโมง การซื้อตั๋วรถไฟนั้นก็ซื้อแบบตั๋ว จ่ายเหมาสัปดาห์ จะขึ้นรถไฟระหว่างเมืองได้ แบบขึ้นได้ไม่จำกัด  แต่ต้องขึ้นสักอย่างน้อยสองเที่ยวถึงจะคุ้มราคาตั๋วครับ  นั่งรถไฟก็เหนื่อยเหมือนกันตอนขนกระเป๋าขึ้นๆ ลงๆ รถไฟนี่แหละ

Frankfurt

Frankfurt
พอที่ Berlin แล้ว ก็ซื้อตั๋ว Berlin pass อีกสามวัน เพื่อที่จะใช้ขึ้นรถไฟรถรางรถเมล์ ได้ไม่จำกัด และใช้เป็นส่วนลดในสถานที่ต่างๆ ได้ด้วย  ถึงเบอร์ลินแล้วก็เข้าโรงแรมก่อนเลย

โรงแรมผมคือ ARCOTEL John F Berlin  โรงแรมนี้อยู่ใกล้จุดสตาร์ท และเส้นชัย แบบเดินไปได้ ห่างประมาณกิโลเมตรกว่าๆ ได้ครับ  และก็ไม่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเบอร์ลินคือ เดินไปได้เลย เดินทางสะดวกมากมาย

Google map

ARCOTEL John F Berlin 
โรงแรมดี อาหารโอเค มีอ่างอาบน้ำ ราคาก็โอเค ถ้าเทียบกับ รร ในเยอรมันด้วยกันนะครับ

ARCOTEL John F Berlin 

ARCOTEL John F Berlin 

ARCOTEL John F Berlin 
 เจ้าหน้าที่จาก Sports Tours มาอำนวยความสะดวก ครับ เขาพาไปที่รับ บิบด้วย แต่เขาพาไปเป็นรอบๆ จริงๆ แล้วการไปรับ บิบ ไม่ยากเลยครับ เดินไปจากโรงแรมนิดเดียว นั่งรถใต้ดินสายเดียว ก็ไปถึง เลย

ARCOTEL John F Berlin 
ตรงที่รับบิบ นี่เป็นสนามบินเก่าของเบอร์ลินครับ ชื่ออ่านยากนิดหน่อย ชื่อว่า Flughafen Berlin Tempelhof

Berlin Marathon 2019
 ตรงนี้เป็นที่รับ กระเป๋า เก่า
Berlin Marathon 2019
 คนล้นหลามมาก รับบิบ ก็ค่อยๆ รับอย่างช้าๆ แต่มีประสิทธิภาพ  ส่วนเรื่องเสื้อ Finisher นั้น สามารถซื้อเอาได้ ตั้งแต่งาน expo ไม่ต้อง รอวิ่งเข้่าเส้นชัยก็ได้ แต่ที่ผิดหวังบ้างคือ ไซซ์เสื้อไม่ค่อยมีแล้วตอนที่ผมไป และสินค้าของ Brand ต่างๆ ก็ไม่ค่อยมีลายของงานเท่าไหร่เลย นอกจากของ Adidas ที่เป็น main Sponsor

Berlin Marathon 2019

Berlin Marathon 2019

Berlin Marathon 2019
 งานนี้เป็นงาน ที่มี สปอนเซอร์หลัก อีกเจ้าหนึ่งเป็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งก็คือ Erdinger ซึ่งมีทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และที่ไม่มี

Berlin Marathon 2019
ผมนอนเบอร์ลินตาม ทัวร์ที่ซื้อมาครับ สามคืน คืนแรกถึง แล้วก็เอาบิบแล้วก็พัก คืนที่สอง เที่ยวในเมือง แล้ว ก็กลับมาพักโรงแรม คืนที่สาม ก็ไปวิ่ง แล้วก็พักโรงแรม แล้วก็ออกเดินทางไปต่อที่ มิวนิค โดยรถไฟครับ นั่งไปอีกสี่ชั่วโมง

Berlin

วันแข่งครับ ก็มาเก็บของแถวๆสนามที่หน้า รัฐสภาเยอรมัน  แล้วขากลับถ้าจะขึ้นรถไฟใต้ดินก็สะดวก เพราะมีสถาานีอยู่ตรงหน้านี้เลย  ถ้าคนที่มาวิ่งมาจากไกลๆ ก็คงขึ้นรถไฟกันมาได้ แต่ผมเดินมา 

Berlin Marathon 2019
 รูปนี้เป็นรูปสถานีรถไฟที่อยู่หน้ารัฐสภา ในวันที่วิ่งเสร็จแล้ว จะเห็นว่าขยะเพียบเลยครับ  เป็นวันที่ขยะท่วมเบอร์ลินเลย

Berlin Marathon 2019

รูปพวกนี้เป็นรูปวันวิ่งที่ผมซื้อมาครับ จุดที่ถ่ายรูปแล้ววิวสวยที่สุดก็คงเป็นแถวๆ ประตูนี่แหละครับ 

เบอร์ลินมาราธอน 2019 นั้นตอนปล่อยตัวก็ฝนยังไม่ตก แต่พอวิ่งไปสักสองชั่วโมงแล้วฝนก็ตกครับ แต่มันไม่ได้ตกหนักมาก หรอก ก็แค่ตกมาเรื่อยๆ ครับ  ยกเว้นตอนสักปล่อยตัวไปสามชั่วโมงกว่าแล้ว ฝนก็หนัก  คำว่าหนักไม่หนักผมวัดจากว่า กองเชียร์ เปียกจนเชียร์ไม่ไหวอะเปล่าครับ  คือเขาก็ใส่เสื้อกันฝนเชียร์กันนะ

Berlin Marathon 2019

Berlin Marathon 2019
 ผมชอบตรงเส้นชัย มันสวยดีครับ ถ่ายรูปก็สวย เป็นหนึ่งในเส้นชัยที่ผมชอบเลยละ

Berlin Marathon 2019
สำหรับเบอร์ลินมาราธอน 2019 ครั้งนี้ เป็น รายการเมเจอร์ ครั้งที่สามของผม คือ โตเกียวมาราธอนสองครั้ง และ เบอร์ลินมาราธอน หนึ่งครั้ง ส่วนเป็นมาราธอนรายการที่ 19 แล้วครับ เป็นหนึ่งในมาราธอนที่น่าจดจำ

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือ ตรงเส้นชัย มีมาราธอน วิลเลจ ด้วยครับ ที่ใครๆ ก็เข้าได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น นักวิ่งเท่านั้น ตรงมาราธอนวิลเลจ จะมี เสื้อ finisher ขายด้วย และก็มีของกิน มีนิทรรศการของ Abbott และก็มี เบียร์ด้วย มีไส้กรอก  เรียกว่าประทับใจ 

Berlin Marathon 2019

Berlin Marathon 2019

Berlin Marathon 2019
 ผมว่า มันโอเคมาก สำหรับ มาราธอนวิลเลจ  มาราธอนวิลเลจปิดหกโมงครับ  เวลาปล่อยตัวก็ปล่อยกันตั้งแต่ เก้าโมง นักวิ่งคนแรก จบตั้งแต่สิบเอ็ดโมง

หลังจากจบที่นี่ ผมก็ไปต่อที่ มิวนิค มีงาน October fest อยู่ครับ  The original October fest ถ้ามาวิ่งเบอร์ลินมาราธอน ก็จะมีโอกาสไปต่องานนี้เลย เพราะมันจัดช่วงๆ เดียวกัน

October fest จัดที่ Thereinwiese และก็จัดทุกปี  ผมเพิ่งเคยมางานนี้ครั้งแรก ประทับใจครับ แต่คนเยอะมาก ถ้ามางาน October fest แล้วอยากมีที่นั้งดีๆ อาจต้องจองมาก่อน แต่ถ้าไม่ต้องมีที่นั่งดีๆ ก็ลุย เลยครับ ไปปนกับเขาได้เลย 

OctobeFest Munich 2019

OctobeFest Munich 2019

OctobeFest Munich 2019

OctobeFest Munich 2019



วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เที่ยว สวิสเซอร์แลนด์ แบบ ไปเอง 14 วัน 14 คืน ตอนที่ 3 อินเทอร์ลาเกน Interlaken ผู้ใดมาเยือนสวิส ต้องมาอินเทอร์ลาเกน

Interlaken, Switzerland
ความเดิมตอนก่อน ผมมาสวิส ลงที่ซูริค ไม่ได้ค้าง ก็ไปค้างหนึ่งคืนที่ เมืองหลวงของ Swiss คือ Bern จากนั้น ไปค้างอีกหนึ่งคือ ที่ ลูเซริ์น ครับ มาถึงตรงนี้ เมฆหมอกเริ่มปกคลุมท้องฟ้าสวิสละ  ช่วง Spring เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ช่วงสองสามวันที่อยู่ที่ อินเทอร์ลาเกน ผมภาวนาให้ท้องฟ้าเปิดตลอด เพราะไม่งั้นขึ้นภูเขาไปก็ไม่เห็นวิวสวยๆ เลยครับ  และแม้อยู่ที่ตีนเขา ก็มองไม่เห็นวิวสวยๆของภูเขาเช่นกัน

ตอนที่หนึ่ง และตอนที่สองครับ 

เรามาลงที่สถานีรถไฟ Interlaken Ost ซึ่งสถานีรถไฟของ Interlaken จะมี Interlaken Ost กับ Interlaken West ที่ไม่ห่างกันมากครับ และเมือง Interlaken เป็นเมืองเล็กๆ ในส่วนของตัวเมืองกับร้านอาหาร จะอยู่ใกล้กับ สถานี Interlaken West มากกว่าครับ  ถ้าจะเอาเดินทางสะดวก ก็ไปพักแถวๆนั้นครับ ไม่ต้องลากกระเป๋าไกลด้วย

Interlaken Ost, Switzerland

Interlaken Ost, Switzerland

โรงแรม Stella Hotel

ของผมมาถึง ลง Interlaken Ost ก็ต้องนั่งรถเมล์ไปในเมือง แล้วลากกระเป๋าไปต่อครับ ก็จะถึงโรงแรม Hotel Stella Interlaken  https://www.stella-hotel.ch/en/Hotel_Interlaken.html

ซึ่งโรงแรมนี้ อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองไปสักสามนาที เดินไม่ไกลครับ แต่มันยากตรงลากกระเป๋า

อยู่ที่นี่ สามคืนครับ โรงแรมนี้โอเคสำหรับสี่ดาว ที่อินเทอร์ลาเกน มีโรงแรม ไฮๆ กว่าที่นี้เยอะหลายทีเลยครับ  แต่ราคาก็ค่อนข้างพุ่ง  เราก็พักที่แบบพออยู่ได้ ซึ่งมันก็พอใช้ได้

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland
 ที่นี่มีสระน้ำอุ่นด้วยครับ  คือสระนี้ควบคุมอุณภูมิ  ว่ายน้ำได้ฟรี แต่เสียดายผมไม่ได้ใช้

Hotel Stella Interlaken, Switzerland
 ดูภายนอกโรงแรมค่อนข้างเก่าทีเดียว ถ้ามีโอกาสเลือกใหม่ ผมจะลองอันอื่นที่ดีกว่านี้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Stella Interlaken ก็อยู่ในระดับที่สมกับราคาของมัน

Hotel Stella Interlaken, Switzerland
อาหารเช้า ก็ประมาณนี้ครับ  สังเกตว่าจะมีอาหารอินเดียอยู่ด้วย และถ้าเป็นเมนูไข่ ก็จะมีกระทะ ไว้ให้ทำเอง ทำเองเลยครับ อยากทำไข่เจียวก็ทำได้ แต่ไม่มีน้ำมันให้นะ

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland

Hotel Stella Interlaken, Switzerland
เราสามารถใช้ interlaken เป็นที่พักเพื่อจะไปขึ้นเขาต่างๆ รอบๆ นี้ได้ครับ แต่ว่าก่อนจะขึ้นเขาอะไร ให้กด web เพื่อดู mountain web cam ก่อนว่า อากาศเป็นอย่างไร เห็นวิว ไหม ไม่อย่างนั้นขึ้นไปก็จะเสียเวลา เพราะจะไม่เห็นอะไรเลย  ตอนที่ผมอยู่ก็ดูพยากรณ์อากาศทุกวัน  ไปสองวันแรกนี่ฝนตกตลอด

 Interlaken, Switzerland
 มันคงเป็นเมืองที่ เป็นเมืองท่องเที่ยวมานานแล้ว

 Interlaken, Switzerland

 Interlaken, Switzerland
 ตึกสูงทางซ้ายดูไม่เข้าพวก
 Interlaken, Switzerland
 ถ้ามา interlaken ไม่ไป Jungfrau ก็ไป Schilthorn ซึ่งที่หลังนี้เป็นที่ถ่ายทำเรื่อง 007 ตอน On Her Majesty's Secret Service ซึ่งผมเข้าใจว่า เป็นตอนเดียวใน series
 Interlaken, Switzerland

ร้านอาหารใน Interlaken
สำหรับร้านอาหารใน Interlaken ผมไปมาแค่สองร้าน และผมก็ว่าดีทั้งสองร้าน พนักงานเขาดูแลดีมาก ร้านแรกคือร้าน Goldener Anker ร้านนี้อยู่มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกอีกครับ  สังเกตมีสมอ อยู่หน้าร้าน

ร้านนี้เป็นร้านอาหารสวิส http://www.anker.ch/
คนเต็มอยู่นะครับ อาจต้องจอง

Restaurant Goldener Anchor, Interlaken 

Restaurant Goldener Anchor, Interlaken 

Restaurant Goldener Anchor, Interlaken 

Restaurant Goldener Anchor, Interlaken 

Restaurant Goldener Anchor, Interlaken 

อีกร้านครับ ร้าน Husi Bierhaus Interlaken ร้านนี้มี craft beer ของตัวเองด้วยครับ เป็นร้านอาหารเยอรมัน มั้ง  มีเบียร์ทั้งที่ทำในร้านและ craft ของท้องถิ่นครับ  อาหารก็อร่อย พนักงานก็น่ารัก ควรไปมาก  ร้านนี้ผมไปมาสองวันเลย คือชอบมาก

https://www.huesi-interlaken.ch/index.php/en/

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken

Husi Bierhaus Interlaken
ร้าน Chocolate club ครับ https://funkychocolateclub.com/

Funky chocolate club, interlaken

Funky chocolate club, interlaken


Interlaken , Switzerland
เที่ยวไหนได้บ้างใน Interlaken

ครึ่งวันที่ แรก Interlaken เดินเที่ยวเมือง นั่งรถม้า หรือรถไฟชมเมือง  ผมว่านั่งรถม้า จะได้อารมณ์กว่า ถ้าแดดไม่ร้อนและฝนไม่ตกครับ ในเมืองมีของขายบ้าง พอ shop ได้ หรือจะถ่ายรูปกับโรงแรมสวยๆ มีภูเขาเป็นฉากหลัง

วันที่สอง ไป Jungfrau ยอดเขา Jungfrau จุงฟราว Top of Europe ครับ

ด้วยความที่ เป็นยอดที่สูงที่สุด และ branding เป็น Top of Europe ทำให้ยอดนี้ ฮิตมากครับ นักท่องเที่ยวมากสุดๆ  แต่ไม่ได้หมายถึงว่ามันจะดีที่สุดนะครับ ผมไปมาสี่ยอดภูเขาสวิสในรอบนี้ เด๋วผมจะบอกว่าผมชอบอันไหนมากที่สุด

จะไป จุงฟราว จาก interlakenต้องนั่งรถไฟไปครับ นั่งไปลง Grindelwald ก่อน แล้วเปลี่ยนรถ ต้องระวังตอนขากลับ เพราะ มีสถานีชื่อ Grindelwald grund ด้วยนะครับ ชื้อมันคล้ายๆกัน และสถานีมันติดกัน ระวังจะลงผิดสถานี 


Jungfrau

ต้องเอา บัตร Swiss pass ไปแลก บัตรรถไฟ ไปจุงฟราว ครับ การขึ้น จุงฟราว ต้องจ่ายตังค์เพิ่มนะครับ เหมือนเป็นจ่ายค่าขึ้นรถไฟไปกลับ และค่าดูนิทรรศการบนนั้นครับ

Jungfrau
รถไปนี้แหละที่ผม พบประสบการณ์อันเลวร้ายของนักท่องเที่ยวจีน และอินเดีย ที่แย่งกันขึ้นรถ แย่งกันนั่ง แบบจะฆ่ากันเลยทีเดียว  จริงๆ รถไฟมันมีที่นั่งพอ เพราะเขานับคนตรงประตูแล้วครับ พี่ไม่ต้องแย่งกันเหมือนสัตว์ป่า

เปลี่ยนรถสองทีนะครับ ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงสิบห้านาที ถึงจะถึงยอด Jungfrau จาก Interlaken 

Jungfraujoch


Jungfraujoch

เขานับคนกันตรงเกต แบบนี้

Jungfraujoch
จุงฟราว เขาเป็นภูเขาพี่ภูเขาน้อง กับฟูจิ

Jungfraujoch
คือตรง จุงฟราว ไม่ค่อยมีที่ให้ออกไปเดินข้างนอกมากเท่าไหร่ครับ  มันเหมือนเป็นอาคารนิทรรศการ อยู่บนยอดเขา แต่ก่อนตรงนี้ มันเป็นหอดูดาว

Jungfraujoch

ที่น่าสนใจคือถ้าเราทราบประวัติศาสตร์ของมัน มันก็จะน่าสนใจ  เพราะเขาสามารถสร้างรถไฟมาถึงยอดเขานี้ได้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 และผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตอนที่รถไฟวิ่งลงจากเขา  คือใช้พลังงานศักดิ์มาเป็นพลังงานจลน์  และข้อควรรู้อีกอย่างคือ ยอดเขานี้ เปิดให้ชมทุกวัน ถ้าอากาศอำนวย

Jungfraujoch

Jungfraujoch
แล้ว ภายในหอดูดาว และสถานีทดลองวิทยาศาสตร์นี้ ก็มีพิพิทธภัณฑ์ครับ

เอาเข้าจริง อุตส่าห์ขึ้นไปถึง Top of Europe ผมไม่ค่อยอยากดูพิพิทธภัณฑ์หรอกครับ อยากได้วิวสวยๆ

Jungfraujoch

Jungfraujoch

Jungfraujoch

Jungfraujoch
 รถไฟเขามีบอกจำนวน ว่าที่นั่งยังเหลือไหมครับ  รวมถึงเวลาขึ้น cable car อะไรก็มีนับคน ดังนั้นไม่ต้องแย่งกัน

Jungfraujoch
 รูปนี้ลงเขาแล้วครับ วันนั้นมันเฆมหมอก ปกคลุมตลอดทาง

Jungfraujoch
 ขากลับ ผมนั่งรถลงผิดสภานี เลยไปลงสถานี  Grindelwald grund ซึ่งเป็นสภานี หนึ่งสถานี ก่อนจะถึงสถานนี Grindelwald ที่เราควรจะลงเพื่อกลับไป Interlaken

ถ่ายรูปมาให้ดูว่า เขาขาย มาม่า เกาหลี แพงแค่ไหน

มาม่าเกาหลี

ตรง Grindelwald grund นี่ ก็บ้านสวยๆ เหมือนกัน  วิวก็สวย และเข้าใจว่าเหมาบ้านได้ทั้งหลังเลยครับแต่ไม่รูัว่าเท่าใด

Grindelwald grund 

Grindelwald grund 
สรุป การเที่ยววันสองที่ Interlaken ไป Jungfrau ไม่ค่อย work เพราะ หลายๆอย่างครับ  ได้แก่ อากาศปิด มองไม่เห็นอะไรเลย  บนรถไฟก็วุ่นวาย เกือบทะเลาะกับชาวจีน  ขึ้นเขานี้ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยครับ  และผมคิดว่ามีที่อื่นที่ไปมาในทริปนี้ ดีกว่า

วันที่สามที่ Interlaken ครับ  ฝน และเมฆยังคงอยู่ เลยตัดสินใจ นั่งรถไฟไป Thun ดูปราสาท และเมือง Thun เสร็จแล้วนั่งเรือล่องทะเลสาบ Thun มาขึ้นที่ Spiez ดูปราสาท Spiez แล้วนั่งรถไฟกลับครับ

เอาเข้าจริง ปราสาท Thun ก็ไม่ค่อยมีอะไรครับ แต่เข้าได้เลยนะ ถ้ามี swiss pass

Thun, Swiss

Thun, Swiss

Thun castle
 เที่ยง กินข้าวที่ Holy cow  ที่นี้แหละที่เราสามารถใช้ บัตร swiss coupon ที่ซื้อมาจากเมืองไทย มาซื้อแฮมเบอร์เกอร์ได้ หนึ่งแถมหนึ่ง

Holy cow

Holy cow
 จริงๆ ตั้งใจมานั่งเรือนี่แหละครับ

Thun lake
เมฆหมอกและฝน ปิดบังวิว ไปหมดเลยครับ

Thun Lake

Thun Lake
 เวลาจะเทียบท่า เขาต้อง เอาเชือกโยนไปคล้อง กับเสาแบบนี้ เหมือนคาวบอย

Thun Lake

ปราสาท Spiez มองจากทะเลสาบครับ  ปราสาทนี้ดีครับ ถ้าจะแวะไปก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่

Spiez castle

Spiez castle

Spiez Castle

Spiez เป็นเมืองเล็กๆ อีกแล้ว  ที่เขาคงมาเที่ยวทะเลสาบกันในฤดูร้อน และก็มีอุตสาหกรรมองุ่น กับปราสาท โบสถ์ และวิวสวยๆ กับเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้ ที่นิทรรศการถูกจัด ไว้อย่างน่าชมมากครับ

คือการบรูณะปราสาท ไม่ใช่เพียงแค่บรูณะมาเฉยๆ แต่ตัวปราสาท ต้องสามารถเกิดธุรกิจที่ทำให้อยู่ได้เองอย่างยั่งยืน อย่างปราสาท Thun ที่ไปมาก่อนนั้น ก็เปลี่ยนบางส่วนเป็นที่่พักด้วยครับ

มุมนี้ถ่ายจากชั้นบนของปราสาท  ผมว่าน่าสนใจที่จะไปชม ว่าคนสมัยก่อนเวลาเขาอยู่ปราสาทเขาอยู่กันยังไง  เพราะเขาไม่มีไฟฟ้าและน้ำปะปาเหมือนปัจจุบันนี้ครับ  ปราสาทนี้เกือบเจ็ดร้อยปีแล้วปะครับ

Spiez Castle
ภายใน Spiez castle

Spiez Castle

Spiez Castle

Spiez Castle
Schithorn

และแล้วก็หมดไปอีกวันที่ Interlaken พอมาอีกวันนึงที่เราต้อง check out ออกจากโรงแรม ทีแรกว่าจะไปที่เจนีวา เลยครับ  แต่พอเห็นว่าท้องฟ้าเปิด (จากการดู mountain web camera) ก็เลยเปลี่ยนแผน  เราไปขึ้นเขา  Schilthorn  และก็พบว่า คุ้มค่าจริงๆ ที่ขึ้นยอดเขานี้ครับ

https://www.schilthorn.ch/  ผมว่ายอดเขานี้น่าขึ้นกว่า Jungfrau เยอะเลยครับ  มันมีระดับในการขึ้น สามระดับ คือต้องเปลี่ยน รถกระเช้าสองครั้ง  ซึ่งผมคิดว่า การแวะที่ชั้นที่สอง และชั้นที่สาม นั้น คุ้มค่ามากๆ กับวิว

ขั้นแรกขึ้นรถจาก Interlaken มาที่ Lauterbrunen แล้วจากตรงนั้น ก็นั่งรถ Bus ครับ  เพื่อไปที่สถานีรถกระเช้า Stechelburg (Schilthorn bahn)

Schilthorn - Piz Gloria - Mürren

มาถึงตรงสถานีรถกระช้า ไป Schithorn 

สถานีรถกระเช้า ไป Schilthorn 
 เอาบัตร swiss pass ไปแลกอีกที ครับ

สถานีรถกระเช้า ไป Schilthorn 
 ซึ่งการขึ้นรถนั้นก็เขาก็นับคน ดังนั้นเวลาคนเต็มก็ต้องรอนิดนึง กว่าจะเที่ยวต่อไปมา  (รถมันจะค่อนข้างแน่นๆ พยายามไปอยู่ริมๆ ไว้ครับ)

สถานีรถกระเช้า ไป Schilthorn 
วิวอลังการมากครับ  ขึ้นรถกระเช้าหลายต่อหน่อยนะครับ ขึ้นจนสุดสายไปเลย แล้วค่อยลงมาเที่ยวด้านล่างต่อ  ผมแนะนำว่า ให้ขึ้นไปถึง Schilthorn แล้วลงมาหนึ่งสถานีมาแวะที่ Birg ก่อนครับ  มันคุ้มมาก

รถกระเช้า ไป Schilthorn 
 เป็นทางระกระเช้าที่ยาวที่สุด  ในเทือกเขา Alps ซึ่งแน่นอน Swiss pass รวมอยู่แล้ว

รถกระเช้า ไป Schilthorn 

รถกระเช้า ไป Schilthorn 
 Schilthorn 
 ยอด Schlithorn นี้ไม่ใช่ยอดที่สูงที่สุด แต่เป็นยอดเขาที่ผมประทับใจ ที่สุดในการเดินทางมาครั้งนี้
เพราะมันมีหลายยอดมาก ในการขึ้นแค่ครั้งเดียว และเราก็ไม่ได้อยากดูนิทรรศการเหมือนกัน

 Schilthorn 

 Schilthorn 

 Schilthorn 
 007 walk of fame สถานที่นี้เป็นที่ถ่ายทำ James bond 007 ในปี 1969  ในตอนที่ชื่อว่า On Her Majesty's Secret Service
ตอนนี้ครับ >>>>>>>  https://www.youtube.com/watch?v=dOLq5Rg9N-c
ผมเข้าใจว่าตอนนี้เป็นหนึ่งในตอนที่เจมส์บอร์น แต่งงาน ( แต่สุดท้ายนางเอกก็ตายอยู่ดี)

 Schilthorn 
 วิว อลังการมากครับ

 Schilthorn 
เสร็จจากชั้นบนสุด แล้วนั่งกระช้าลงมาป้ายหนึ่งจะถึง Birg ครับ   ตรงนี้ก็วิวสวยมาก ควรแวะนะครับ  มีทางเดิน รอบๆภูเขา และมีพื่นที่เป็นกระจกด้วยครับ  

Birg

Birg

Birg
 เห็นทางเดินรอบๆเขาไหมครับ  มีทางลอดข้ามเขาด้วยนะ  คนกลัวความสูงอาจจะขยับไม่ได้เลยทีเดียว

Birg
 แดดที่สวิส โดยเฉพาะบนเขา นี่แรงมากๆ ครับ  ระวังผิวไหม้

Birg
ลงมาถึงที่ขึ้นรถเมล์ครับ แวะถ่ายรูปสวยๆ ไว้อีกรูป
Lauterbrunen
สรุป มาอยู่ Interlaken สามวัน วันที่สนุกที่สุด คือ วันที่มาที่ Schithorn ครับ คุ้มค่าทุกนาทีจริงๆ ที่มาที่นี่

ตอนต่อไป จะไป เจนีวา แล้วครับ  ไปวิ่งเจนีวามาราธอน 2018 #fastisbeautiful