วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รีวิวร้านอาหาร Watermark IL Ristorante Italiano (Thonglor Soi 9), Watermark ทองหล่อ

Watermark ทองหล่อซอย 9
รอบนี้ไปถ่ายรูปมาถึงสามร้านทีเดียว กว่าจะได้เอาเรื่องนี้มาลงครับ  บางทีผมไปทานร้านอาหารพวก บุฟเฟ่ ผมก็ไม่ค่อยอยากเอามาลงเหมือนกัน มันอาจเป็นความชอบส่วนตัวก็ได้นะ  ทำให้ blog ของผมมีร้านอาหารที่ถูกแนะนำออกมาแนวเดียวกันไปหมดเลย  ก็ไม่แปลกหรอกครับ เป็น"คน" ก็มีรักชอบ ต่างๆกันไป  แต่จะมาบอกว่า คุณชอบ กินร้านนั้นร้านนี้ ทำไมคุณ "โง่" อย่างนี้ หรือ คุณ "งมงาย" อย่างนั้น มันก็ไม่เกี่ยวเลยครับ เรื่องความรัก ชอบเป็นเรื่องของบุคคล ไม่มีเรื่องโง่ฉลาดมาเกี่ยวหรอกครับ เขียนไปเขียนมา ยังเข้าเรื่องนี้จนได้  ช่วงนี้เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาใหม่ๆครับ ก็ยังอยู่ในอารมณ์ กันนิดหน่อย

ร้าน watermark อยู่ที่ทองหล่อ ซอย 9 ครับ เข้าซอยไปร้านอยู่ทางขวา  ที่ร้านมีที่จอดรถอยู่หน้าร้านบ้าง  แต่ก็ไม่พอ ยังดีที่เขามีบริการเอารถไปจอดให้ที่ที่จอดรถอีกที่นึงครับ  ร้านเปิด 18.00 น. แต่ตอนที่ผมไปนี่ รถก็เพียบไปแล้ว เพราะร้านเขารับจัดเลี้ยงด้วย ผมคิดว่าวันนี้คงมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่างครับ  คนเพียบเลย ในห้องจัดเลี้ยงอะนะครับ

ตามความเข้าใจของผม ร้านนี้เป็นร้านในเครือของคุณ Roberto Ugolini ชาวอิตาลี ที่มีสาขาในไทยที่ภูเก็ตมาก่อน แล้วก็ขยายสาขามาที่ทองหล่อนี่  ข้างในเขามี บาร์ที่เรียกว่า club Nove ด้วยครับ ซึ่่งผมไม่เคยไปหรอกครับ - -* 

อันนี้ web ร้าน http://www.watermarkbangkok.com/ แล้วก็อันนี้ facebook ร้าน 

บรรยากาศภายในร้าน สวยงามดีครับ ดูตามรูปเอาแล้วกัน ที่เห็นไม่มีคนนี่ เพราะส่วนที่ผมอยู่ มันไม่มีคนเลย  คนเขาไปอยู่งานเลี้ยงข้างในกันหมดครับ ทำให้วันนี้ ผู้จัดการร้านออกมาดูแลโต๊ะของเราด้วยตัวเองทีเดียว  นับเป็นโชคดี  ทำให้ในมุมมองของผม ร้านนี้เขา "บริการดีมากๆครับ " ได้เต็มไปเลย

Watermark ทองหล่อซอย 9

Watermark ทองหล่อซอย 9
Watermark ทองหล่อซอย 9

รูปนี้ถ่ายมาให้ดูว่า คนเยอะจริงๆนะ ที่จอดรถเต็มเลย แต่ว่าตรงส่วนที่ผมนั่งอยู่นี่ มันไม่มีคนครับ
Watermark ทองหล่อซอย 9

รูปนี้ wine ที่ได้ฟรีครับ ถ้าไปวันศุกร์ กับวันเสาร์ และไป เร็วคือราว หกโมง ถึงสองทุ่ม ทางร้านจะมี wine Cabernet sauvigon  จาก umbria ที่เขาขายอยู่แก้วละ 180 บาท ให้เป็น complimentary 

รูปนี่ ผมวางอะไรไว้เต็มรูปเลยนะครับ พอดื่ม wine ทีไร ออกมาเละทุกที

wine ฟรี กับพิซซ่า
 อันนี้ wine list ครับ  ส่วนใหญ่เป็น wine จาก Italy
wine list

มาดูอาหารครับ เมื่อมาถึงที่โต๊ะ ก็จะได้ขนมปังมาทานรองท้องกันก่อน แบบนี้

ขนมปัง
แล้วอันนี้ก็เป็น เมนูอาหารแนะนำ เชิญชมกันได้ตามรูปนี้

เมนูอาหาร ที่ watermark

เชฟของร้านนี้คือ Chef Jakub Mares ชาวเชกครับ ผู้ประจำสาขากรุงเทพ อาหารที่สั่งรอบนี้ ก็ตามรูปครับ

ผมว่าเมนูนี้ ผมไม่ได้สั่งนะ มันเป็น complimentary อีกหรือเปล่า  แต่ว่ามันก็อร่อยมากเลย ซุปฟักทอง แบบยกซด
ซุปฟักทอง
 Ugolini salad 
Ugolini salad 
 สปาเกตตี้ ลอปเสตอร์ แสนอร่อย
Maine Lobster spaghetti 
Tortellini parma ham  อันนี้คือ พาสต้าอีกแบบที่สั่ง
Tortellini parma ham

น้ำสตอเบอรี่ผสม
และวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ทานจนพุงกางครับ สั่งมาเยอะเกินไปอะเปล่า มาดูสุดท้ายคือของหวานสั่ง Tiramisu มา ทางร้านเขาแนะนำ menu นี้กับ Tortuni al cioccolato Fondente คือช๊อกโกแลตกะโอศกรีมนั่นเอง  
Tiramisu
เขียนมาถึงตอนจบแล้วครับ  ฟันธง add ร้านนี้ไปใน list ของร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพ ได้เลยครับ แต่ว่าราคาจัดอยู่ในกลุ่มสูง ถ้าเทียบกับ ร้านอื่นๆใน blog แห่งนี้นะครับ อาหารที่ทานทั้งหมดนี้ ทำให้ราคาตกอยู่ราว 800 บาทต่อคน หรือเป็นเพราะกินเยอะไปก็ไม่รู้ครับ

อ้อ ร้านมี live band ด้วยนะครับ

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รีวิวร้านอาหาร Rakuza Tokyo ที่ Grass ทองหล่อ

Rakuza Tokyo
เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสไปที่โครงการ  grass ทองหล่อ นี่นะครับ มันอยู่ระหว่างทองหล่อซอย 10 กับซอย 12  ลักษณะเป็นเหมือนเขาเจาะตึกแถวให้เป็นช่องเข้าไปเพื่อให้เป็นทางเข้าไปในโครงการนี้

เมื่อเข้าไปข้างในก็จะเจอ service apartment ที่ข้างบนชั้นหกของ service apartment นั้นเป็นร้าน mugendai ที่โด่งดังพอสมควร จากการที่มีเจ้าของที่โด่งดัง  ส่วนร้าน Rakuza ที่จะชิมในครั้งนี้นั้น อยู่ด้านขวามือ ของทางเข้า   ถ้าเอารถมาต้องเอารถไปจอดที่อาคารจอดรถที่อยู่ทางด้านในของโครงการ ซึ่งมีที่จอดไม่มากสักเท่าไหร่ครับ

สำหรับในวันที่ผมไปนี้ ทางร้านเขากำลังมีโปรโมชั่นลด 40% สำหรับอาหารทุกอย่างอยู่  และตอนนี้ร้านก็ขยายโปรโมชั่นดังกล่าวไปถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ครับ  คือไปวันอังคาร กะวันศุกร์ ยังได้ลด 40% อยู่นะครับสำหรับอาหารทุกอย่างเลย  และก็ถ้าไปกด like ใน fan-page ของทางร้าน  เห็นว่าจะได้บัตรลด 20% นี่ครับ  ผมอ่านเอาจาก fan page เขาเหมือนกันแหละครับ

ทางเข้า Grass ทองหล่อ

ร้าน Rakuza Tokyo อยู่ทางขวามือ
ในวันปกติร้านเขาจะเปิด หกโมงเย็นครับ แต่ถ้าวันเสาร์อาทิตย์นี่เขาเปิดมื่้อกลางวันด้วย และก็มี set menu เป็นแบบของชุดอาหารกลางวัน เป็นอีกแบบนึง (ซึ่งผมก็ดูหน้า fb เขามาอีกเหมือนกัน)

ร้านมีสองชั้นครับ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก บรรยากาศก็ไม่ได้ ทำให้รู้สึกเครียดในการเข้าไปนั่งทาน  ก็แต่งตัวสบายๆ ก็คงเข้าไปได้ครับ  จะพาแฟนมา sweet ก็พอไหวอยู่  เลิกงานแล้วมาทานก็ยิ่งได้

อ้อที่ผมไม่ได้แปลชื่อร้านไว้ ก็เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันแปลว่าอะไรครับ Raku แปลว่า ง่ายๆ สบายๆ  แต่ za นี่มาจากไหนไม่รู้ มันคล้ายๆ น้ำดื่มของไทยเบฟ ชาคูลซ่า อะเปล่าครับ  งงครับ เลยไม่แปลเอาไว้

ภายในร้าน Rakuza Tokyo

Rakuza Tokyo
มาดูอาหารกันบ้างครับ  อาหารอร่อยครับ  และไม่พิสดาร จนไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นด้วยนะ  มันคืออาหารญี่ปุ่นนี่แหละ ที่ถูกแต่งหน้าตาในการนำเสนอมาอย่างสวยงาม ครัวที่นี่เป็นครัวเปิด  มองเห็น Chef และคนผู้ช่วยได้เลยครับ Chef ที่นี่ท่าทางจะมีประสบการณ์มากอยู่ เห็นว่าเคยเป็น Chef ที่ Grand Hyatt Tokyo ทีเดียว ผมไม่รู้ว่าประวัติเป็นยังไงนะครับ  แต่ที่รู้แน่ๆคืออาหารเขา เยี่ยมทีเดียว

Sashimi Salad 390 บาท
 Avocado Train roll 320 บาท
Avocado Train roll
 Maguro & Avocado Tartar ตัวนี้ 420 บาท  เป็นปลาคลุกกับอะโวกาโด 
Maguro & Avocado Tartar
 อาหารทะเลเจ็ดอย่างในซอสชาดอนเน่  550 บาท อันนี้ผมชอบมากสุดเลย เป็นอาหารทะเลผสมๆกันอยู่ ชอบครับ
7 kinds seafood with chardonnay creme sauce
ของหวานสั่งไปอย่างเดียวครับ คือ โมจิ  อันนี้

โมจิ
เครื่องดื่มมีเบียร์ และไวน์   ไวน์นั้นเป็นไวน์จากค่าย cornerstone ครับ  ส่วนสาเกนั้น ถ้าสั่งก็ราคาพอสมควรทีเดียว
corner stone

สาเกลิส
 มีเบียร์อาซาฮี สดครับ ส่วนกับแกล้มจานที่เห็นในรูปนั้น เป็นบริการ
เบียร์ ที่ Rakuza
มาถึงตรงช่วงสรุปจบแล้วนะครับ  ร้านนี้อาหารอร่อยครับ บรรยากาศดีด้วย  บริการนั้นอยู่ระดับกลางๆ จริงๆควรปรับปรุงการบริการให้ดีเหมือนๆกับอาหารกับบรรยากาศร้านนะครับ  ความเห็นของผมนี่บังเอิญไปตรงกับ web ฝรั่งที่เค้ารีวิวร้านนี้ไว้เหมือนกัน คือบริการนั้น อยู่ระดับกลางๆ  ส่วนเรื่องราคานั้น แม้ลด 40% ไปแล้ว แต่มื่้อนี้ของผม หากไม่รวมค่าเครื่องดื่มแล้ว ราคาอยู่ราว 700 บาทต่อคน ราคาพอสมควรทีเดียวครับ