แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลังสวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลังสวน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555

รีวิว The Speakeasy at Hotel Muse Bangkok Langsuan , สปีกอีซซี่ โฮเต็ลมิวส์บางคอคหลังสวน

Hotel Muse Langsuan
โรงแรม Hotel Muse Bangkok Langsuan หรือ โฮเต็ลมิวส์ บางคอคหลังสวนแห่งนี้ ทำให้ผมเกิดความลำบากใจมาก ว่าจะเขียนชื่อโรงแรมด้วยภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยดีนะครับ โรงแรมนี้อยู่ในซอยหลังสวน กลางๆซอยน่ะครับ โรงแรมนี้มี 25 ชั้นกับห้องพักจำนวน 174 ห้อง เป็นโรงแรมในเครือของ Accor group ภายใต้ Brand M-Gallery collection ซึ่งเป็น Brand โรงแรมแนวศิลปะ (มั้ง) ครับของเครือนี้ ในกรุงเทพนี่มีโรงแรมภายใต้ M-Gallery collection อยู่สองแห่ง คือ ที่ Hotel Muse แห่งนี้ และอีกที่่คือที่ Vie Hotel Bangkok ตรงแถวๆ ราชเทวีครับ

อันนี้ website ของโรงแรมแห่งนี้ http://www.hotelmusebangkok.com/
อันนี้ facebook ครับ http://www.facebook.com/hotelmusebkk

ผมไม่ได้มาพักที่โรงแรมนี้ แม้ว่าอยากจะพักก็ตามนะครับ น่าพักมากเลย ครั้งนี้เรามาทดลองร้านอาหารบนชั้นบนสุดของ Hotel Muse ที่ชื่อว่า The Speakeasy ครับ

 Hotel Muse Bangkok Langsuan
โรงแรมนี้ตกแต่งสวยงามจริงๆนะครับ ชอบมากมายครับ  เดินผ่านตรงนี้ชั้น 1 จะได้ยินเสียงผู้คนมากมายนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ ร้าน Medici  (Kitchen & Bar) ที่อยู่ชั้นใต้ดินครับ ร้าน Medici นี่ผมก็อยากไปเหมือนกันครับ

 Hotel Muse Bangkok Langsuan
 บรรยากาศใน Hotel Muse นี่เขาบอกว่าเป็นแบบสมัยรัชกาลที่ 5 ผสมกับแนว Modern นะครับ ก็คงเป็นอย่างในรูปนี่นะครับ

 Hotel Muse Bangkok Langsuan
กด Lift โลด ไปชั้น 24 ครับ ร้าน The Speakeasy มันครอบคลุมบริเวณทั้งชั้น 24 และชั้น 25  ซึ่งร้าน The Speakeasy ประกอบด้วยห้องที่เป็นส่วนตัว มากมายหลายห้องเลยครับ 

The Speakeasy
ด้วยความที่ไปตอนกลางคืนแล้วครับ รูปที่ได้ ก็แค่ประมาณนี้นะครับ ซึ่งผมว่าก็เป็นเอกลักษณ์ของ blog ผมเหมือนกัน คือรูปไม่ตรง และไม่ชัดนะครับ :D 

ชั้น 24 นี่ มีระเบียงอยู่หน่อยนึง เป็นเก้าอี้สูงๆ นั่งยากหน่อย ส่วนอีกด้านเข้าใจว่าเป็นห้องส่วนตัว

The Speakeasy
The Speakeasy

The Speakeasy
จะไปชั้น 25 นี่ต้องเดินขึ้นบันไดไปครับ  ชั้น 25 เป็นชั้นดาดฟ้า

The Speakeasy

The Speakeasy
The Speakeasy
ชั้นหลังคา นี่นั่งกินอยู่บนพื้นหญ้าเทียมครับ และก็ที่นี่ก็มีห้อง Private room ถึงสามห้องทีเดียวคือ ห้อง It's personal , ห้อง Private Affair และห้อง Never Tell

เมนูเป็นเหมือนหนังสือพิมพ์เล่มเล็กๆครับ อ่านยากอยู่  เมนูอาหารกับเมนูเครื่องดื่มอยู่เล่มเดียวกัน แต่กลับหน้ากลับหลังกัน

The Speakeasy
เนื่องจากแสงอันจำกัดครับ รูปอาหารและรูปเครื่องดื่มที่ถ่ายมา ก็ได้ไม่ดีนัก 


ที่ร้าน The Speakeasy นี่เขาคงไม่ค่อยมานั่งทานอะไรมากนักนะครับ น่าจะมานั่งดื่ม ชมวิวสวยๆ สวีทกันมากกว่า  เพราะก็ค่อนข้างมืดด้วยแหละ


ผมชอบโรงแรมนี้และร้านนี้ครับ อาจเป็นเพราะผมชอบอะไรแบบนี้ก็ได้นะครับ  ร้านนี้จะมาสวีทส่วนตัว หรือมา สนุกสนานเป็นหมู่คณะก็น่าจะได้นะครับ เท่าที่เห็นก็มีทั้งสองแบบครับ ส่วนด้านราคา ผมว่าเตรียมใจมาเจอราคาระดับ หรู ได้เหมือนกันครับที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

รีวิวร้านอาหาร Triplets Brasserie , ทริปเปล็ทส์ บราสเซอร์รี่ อร่อยอย่างมีคุณค่า เพิ่มราคาให้สินค้าของเกษตรกรไทย

Triplets Brasserie
ร้านอาหาร Triplets Brasserie เคยอยู่ที่ซอยทองหล่อมาก่อนครับ คืออยู่อาคารเดียวกับร้านอาหารยากินิคุ กินซ่าโด ครับ แต่เดิมร้านนี้มีหุ้นส่วนอยู่สามคน คือ คุณ Nate (@tripletsbangkok) คุณ นุช และ คุณ Barbie ผมเข้าใจว่าร้านอยู่ตรงที่ทองหล่อนี้ตั้งแต่ปลายปี 2009 จนปัจจุบัน ได้ย้ายมาอยู่ที่ชั้นล่างของ Boutique Hotel LUXX XL (  http://www.luxxxl.com/ ) ที่หลังสวนนี่ครับ และมีหุ้นส่วนใหม่เข้ามา แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ยังคงหุ้นส่วนเดิม แฝดสามของร้านไว้อยู่ครับ

ร้านนี้มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจหลายอย่างเลยนะครับ  เรื่องแรกคือร้านนี้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส ที่คนที่เข้ามาทานสามารถเข้ามาได้อย่าง causal มากๆ ไม่ต้องเก๊กหล่อ หรือทำเป็นรู้เรื่องอะไรมาก เหมือนบางร้าน อาหารจะแบ่ง จะไม่แบ่ง จะออกมาเรียงตาม course หรือไม่เรียง หรือจะยังไง ก็ได้แล้วแต่ความพึงพอใจของลูกค้า และบรรยากาศก็ไม่ได้ชวนให้เกร็งแต่ประการใด 
ทริปเปล็ทส์
ส่วนเรื่องน่าสนใจเรื่องที่สอง คือร้านนี้เขาแบ่งประเภทของอาหารไปตามภาชนะที่บรรจุของมัน ประเภทแรกได้แก่ Verrine คือภาชนะบรรจุเป็นแก้วใบเล็กๆ ส่วนอาหารก็มีทั้ง soup และออร์เดริ์ฟส่วนเล็กๆ ที่จะบรรจุลงไปในภาชนะแบบนั้นได้นะครับ  อย่างจากนี้ Vichyssiose ซึ่งเป็น signature dish มันคือซุปมันฝรั่งกับต้นหอม 
Vichyssiose 
 ส่วนจานนี้ในหมวด เดียวกัน กุ้งมากับ แพร์
Shrimp and Pear
รูปนี้ (ถ่ายไม่ค่อยสวยนะครับ) เป็นหมวดเดียวกันอีกจาน คือ French Onion Soup ครับ เป็น Signature dish เหมือนกัน ซุปนี้ต้องใช้เวลามากกว่าซุปอื่นเล็กน้อยในการเตรียมครับ

French Onion Soup
ประเภทต่อมาคือ Brochette ประเภทมีไม้เสียบ แล้วก็มี ประเภท Small Plate, Salad Bowl , Pasta Bowl, Dinner Plate
ส่วนเรื่องที่สามคือ จะเห็นสังเกตว่าอาหารทะเลที่นี่ เช่นหอยเชลล์ จะตัวเล็กๆ เพราะอาหารที่นี่ ส่วนใหญ่ผลิตจากสิ่งที่ผลิตได้ในประเทศครับ รวมทั้งผักต่างๆ ก็ใช้ของโครงการหลวงในประเทศ

จานนี้เป็น Salad กับ เลมอนชีส ทำเอง ส่วนน้ำสลัดก็มีส่วนผสมของน้ำกระเจี๊ยบ
Rocket Salad & Lemon Cheese 
ต่อไปเป็น main ครับ จานแรก Strawberry pork เป็น Signature Dish  ซอสที่ราดทำจาก Strawberry ครับ

Strawberry Pork

จานนี้  Mushroom Steak  อร่อยมาก โปรดทราบว่า ไม่ได้ใช้เนื้้อต่างประเทศนะครับ  อันนี้เนื้อไทยล้วนๆ เนื้อวัวกำแพงแสนครับ

Mushroom Steak
การใช้ของที่ผลิตในประเทศ ช่วยลดโลกร้อน ช่วยลด carbon footprint จากการไม่ต้องขนส่งได้นะครับ ^ ^ ดั่ง คำขวัญของร้าน (รึเปล่า) ที่ว่า "

"อร่อยอย่างมีคุณค่า ลดโลกร้อน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย สร้างความภูมิใจ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจชาติ"

ต่อไปเป็นของหวาน ครับ  Chocolate Souffle' สองถ้วยนี้ต้องกินผสมกันครับ ถ่ายไว้ตอนหน้าตามันสวยๆ ก่อนจะถูกผสมกัน

Chocolate Souffle'
รูปนี้คือ หนึ่งในสามพี่น้องหุ้นส่วนครับ คุณ Barbie วันที่ไปถ่าย คุณ Barbie ไปออกงานทางไกลมา เลยค่อนข้างเหนื่อยนิดหน่อยครับ
คุณ Barbie
ลืมเมนูเครื่องดื่มไปเลยครับ wine มีให้เลือกไม่มากนักดู ตาม list
wine list

wine list
ขวดที่เปิดคือ Yering 2007 ขวดนี้ครับ รสชาติใช้ได้
Yering 2007 
ร้านมีที่่นั่งทั้ง indoor และ outdoor ครับ รูปนี้ คือมุมหนึ่ง ภายในร้าน
Triplets Brasserie
จบแล้วละครับ ผมชอบร้านนี้มาก และก็อยากจะแนะนำอย่างยิ่งนะครับ ให้ไปลองกัน อาหารที่ทำด้วยเทคนิคการทำอาหารแบบฝรั่งเศส ที่ทำโดยวัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมดครับ เตรียมเงินไว้ประมาณ 1000 บาทต่อหัวครับ 

ส่วนอันนี้ facebook
ครับ

"At Triplets, we use French technique and serve "Global Cuisine" utilizing "Local Food Ingredients".