แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2559

รีวิวร้านอาหาร สามร้าน รับโปรโมชั่น 15000 ของรัฐบาล ตอนที่สอง ร้าน Crab and Claw at Emquartier and The Verandah ที่ โอเรียลเต็ล

The Verandah ที่ โอเรียลเต็ล
ข้อดีอย่างมากของสงกรานต์ก็คือ การเดินทางใน กรุงเทพมหานครนั้นสะดวกสบายมาก เพราะคงจะไปนอกกรุงเทพฯกันหมด และร้านต่างๆที่ยังเปิดอยู่คนก็ไม่ค่อยเยอะมากครับ  สามร้านนี้ที่ผมไปมาในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเพื่อสะสมใบเสร็จรับเงินเพื่อมาลดหย่อนภาษีตามโครงการของรัฐบาลครับ  ตอนนี้เป็นตอนที่สองแล้ว บทความนี้ไม่มีอะไรจะเขียนมากครับ ขอบันทึกความจำของตัวเองไว้อีกครั้งหนึ่ง

ก็มีสองร้าน ร้านแรกคือร้าน Crab and Claw ที่ Emquartier ( ตอนนี้เขามีสาขาพารากอนด้วยครับ )  ผมคิดว่าร้านนี้ไม่เลวเลยนะครับ เพิ่งเคยไปครั้งแรก ผมว่าโอเคอยู่

Crab and Claw at Emquartier

Crab and Claw at Emquartier

Crab and Claw at Emquartier

Crab and Claw at Emquartier


Crab and Claw at Emquartier
 หอยนางรมสด จากถิ่นต่างๆครับ
Crab and Claw at Emquartier
 ครั้งนี้ไม่ได้สั่ง Lobster เลย
Crab and Claw at Emquartier
หอยนางรมสั่งมาสองแบบครับ ประมาณพอใช้ครับ

Crab and Claw at Emquartier
 อันนี้เป็นผัก จิ้มกับปู
Crab and Claw at Emquartier
 ตัวนี้เป็นหอย เม่น ครับ อร่อยใช้ได้
Crab and Claw at Emquartier

Crab and Claw at Emquartier
 หอยนางรม อมชีส
Crab and Claw at Emquartier
ผมคิดว่าร้านนี้เป็นร้านที่สบายๆ อยู่ในห้าง ไปกันได้บ่อยๆ น่าจะดำเนินกิจการได้ดีครับ ส่วนความสุดยอดของรสชาตินั้น ผมว่าออกมากลางๆ สำหรับมวลชน

https://www.facebook.com/CrabandClaw/

อีกร้านเป็นร้านริมน้ำ ที่อยู่ในโรงแรมโอเรียลเต็ล ครับผมว่าร้านนี้ก็ดีเหมือนกัน วันหลังจะไปอีก จริงๆคือทั้งสองสามร้านแหละที่ไปมาช่วงสงกรานต์  ผมคิดว่าเป็นร้านที่ชอบทั้งสามร้านเลย

ทีแรกไปโอเรียลเต็ล ก็หลงด้วยครับ ไปที่แชงกรีล่าก่อนอีก เพราะไม่ชำนาญทางแถวนั้นด้วย  ร้านนี้เป็นร้านที่มีอาหารเปลี่ยนใหม่ทุกเดือน และก็อยู่มานานแล้ว แต่ผมเพิ่งจะเคยไป

The Verandah at Mandarin Oriental

The Verandah at Mandarin Oriental

The Verandah at Mandarin Oriental

The Verandah at Mandarin Oriental

The Verandah at Mandarin Oriental
เป็นอีกที่หนึ่งที่มีเอสคาโก อร่อยๆทานครับ

สรุปไปทานมาสามร้าน ยังไม่ถึงหมื่นห้าเลยครับ เลย หมดโปรโมชั่นซะก่อน

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

รีวิวร้านอาหาร สามร้าน รับโปรโมชั่น 15000 ของรัฐบาล ตอนที่หนึ่ง ร้าน Edo Sushi ทองหล่อ at The Taste Thonglor

Endo Sushi Thonglor
เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกโปรโมชั่นในการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลที่มีรายได้ และต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครับ คล้ายๆกับที่จัดโปรโมชั่นนี้ไปเมื่อช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา โดยตอนนั้นจัดให้ซื้อของอะไรก็ได้แล้วเอาใบเสร็จรับเงินที่มีการเสียภาษี VAT อย่างถูกต้องนะไครับ ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 15000 บาท

พอมาในครั้งนี้ รัฐบาลก็ติดใจจัดโปรโมชั่น 15000 บาทอีก แต่เป็นโปรโมชั่นกินข้าวที่ร้านอาหารในช่วงสงกรานต์แล้วนำใบเสร็จมาลดหย่อน  ซึ่งผมว่าโปรโมชั่นนี้ทำยากกว่าโปรโมชั่นแรก เพราะต้องกินอาหารตั้งหมื่นห้าพันบาท ต่อหนึ่งผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทีเดียว  อย่างผมนี่จริงๆต้องไปกินถึงสี่ห้าร้านทีเดียว ถึงรวมบิลมาได้ หมื่นห้าพันบาทครับ และช่วงสงกรานต์ไม่รู้ว่าชาวไทยอยู่เมืองไทยกันแค่ไหนด้วย โชคดีที่ผมอยู่บ้านทำความสะอาดบ้าน เฝ้ากรุงเทพฯ และใช้เวลาในการไปทดลองร้านใหม่ซะเลย

สงกรานต์ก็ไปร้านใหม่มาสามร้านครับ  ผมขอเขียน สองตอนจบนะครับ ผมไม่อยากให้ร้าน Endo sushi ที่ผมชอบ ต้องปนกับร้านอื่น

ร้านแรกที่อยากแนะนำเลยคือร้าน Endo Sushi สาขาแรกในประเทศไทย ที่ กลุ่มของร้านค้าที่ชื่อว่า  Taste Thonglor https://www.facebook.com/thetastethonglor/ ร้านอยู่ที่ปากซอยทองหล่อ 11 ครับ  มีที่จอดรถ มากพอสมควรเลย และข้อดีของการไปช่วงสงกรานต์ คือที่จอดรถเพียบ ร้านก็มีที่นั่งเพียบ

The Taste Thonglor

The Taste ทองหล่อ
ผมเพิ่งเคยมาครั้งแรก ก็เดินสำรวจสักนิด  ร้าน Iron Chef Table ก็น่ามาลองอยู่

Iron Chef Table at The Taste ทองหล่อ
 ทงคัตสึ Hamakatsu at The Taste ทองหล่อ
Hamakatasu at The Taste ทองหล่อ
 สิ่งใดๆ ย่อมเปลี่ยนไปตามเวลา อย่าง Glass ทองหล่อ ก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว
Glass Thonglor
 ร้าน Dolloy Churro Cafe at The Taste ทองหล่อ
 Dolly Churro Cafe  at The Taste ทองหล่อ
 ร้าน Sweetery at The Taste ทองหล่อ
Sweetery at The Taste ทองหล่อ
แล้วก็มาถึงร้าน Endo Sushi ที่เราตั้งใจมา และก็พุ่งไปที่ counter เลย เหมือนเดิม

Endo Sushi at The Taste ทองหล่อ
 ร้าน Endo sushi เป็นร้าน ซูชิจาก คันไซ ที่จังหวัดโอซาก้าครับ  ตลาดปลาที่โอซาก้า จะมีปลาที่มาจากหลายๆแห่งของประเทศ เป็นแบบผสมผสานและ ซูชิของ คันไซ จะมีรสชาติที่หวานกว่า ซูชิ จากแถบคันโต

ร้าน Endo Sushi ร้านนี้เป็นสาขาแรกในประเทศไทย ส่วน Honten หรือร้านแรกของ Endo Sushi อยู่ที่ในตลาดปลาโอซาก้า ซึ่งผมคิดว่าผมคงต้องไปเยือนตลาดนี้บ้าง  ในเวปนั้นว่ากันว่า ร้าน Endo Sushi เป็นร้าน ซูชิ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตลาดปลา โอซาก้า แห่งนี้ทีเดียว

Endo Sushi at The Taste ทองหล่อ
 ที่ชอบนั่ง counter ก็เพราะว่าจะได้คุยกับ chef ครับ  chef คนที่เป็นคนญี่ปุ่น มีอยู่คนเดียว กับอีกคนที่เป็นคนญี่ปุ่น ที่พูดภาษาไทยได้ คนนั้นเข้าใจว่าเป็นผู้จัดการ  Chef คนนี้ชื่อว่า Chef นัมปะ เขามาจากสาขาโอซาก้าเลย  และเห็นว่าจะอยู่ในไทยอย่างน้อย สามปี รอดูว่า ร้านจะไปได้ดีหรือไม่

จริงๆ แล้ว chef ชอบคุยกับลูกค้ามากเลย ลองคุยกับเขาดู แต่ต้องดูจังหวะหน่อยนะครับ เอาช่วงที่เขาไม่ยุ่งมาก

เมนู โอมากาเซะ ที่นี่ไม่มีนะครับ ให้เลือกเอาจาก set a b c d ที่อยู่หน้าแรกๆ อะครับ ชุดละสี่ร้อยกว่าบาท ผมว่า ชุดหน้าแรกๆ น่ะคุ้มสุดแล้ว

Endo Sushi at The Taste ทองหล่อ
 หน้า A La carte ราคา จะสูงเท่าราคาปกติของร้านอื่นในไทย

Endo Sushi at The Taste ทองหล่อ
 อันนี้เป็ฯ เมนูชุด A แบบ ผสมๆ กันของเขา ผมว่าคุ้มกว่า  อ้อแล้วอีกอย่าง ซอสที่ร้านนี้จะใช้แบบทาๆ คล้ายๆ ที่ทาซอส โอโคโนมิยากิ เลย ผมว่าใช้แบบนี้ก็ดีนะ ไม่เปลืองซอสด้วย


Endo Sushi at The Taste Thonglor

Endo Sushi at The Taste Thonglor
 พนักงานคนไทยเก่งใช่ย่อยเหมือนกัน ทำงานกันหน้าตายิ้มแย้ม
Endo Sushi at The Taste Thonglor
กินกันไป ยี่สิบกว่าคำ กับเบียร์อีกสามแก้ว ราคาออกมา สามพันสามร้อย บาท ผมว่าร้านนี้ไม่แพงเลย เทียบกับของที่ได้ และยังไม่ต้องบินไปที่โอซาก้าอีกด้วย ยิ่งดีใหญ่ครับ   ผมว่าร้านอื่นราคาก็แพงพอกัน หรือแพงกว่า แต่คุณภาพเข้าขั้นงั้นๆ หรือไปทางแย่ด้วยซ้ำครับ  ส่วนร้านนี้ ดีงามมากๆ

มีช่วงหนึ่งที่ร้านเกงกิซุชิ มาเปิดใหม่ๆ ผมก็เคยชอบมาก แต่ตอนหลัง ดันไปปล่อยเมนูปลาแซลมอนถูกๆ ออกมา ทำให้คนแน่นมาก ผมก็เลยเลิกไปร้านเกงกิ ซูชิ ตั้งแต่นั้นมา

ผมหวังว่าร้าน Endo Sushi จะดีงามอย่างนี้ตลอดไป ผมจะได้มีร้านซูชิ ดีๆ อีกร้านหนึ่งไว้กินครับ

ติดตามการผจญภัยเก็บบิลให้ครบหมื่นห้าพันบาท ได้ในตอนจบครับ

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

รีวิวร้านโปรดสองร้านของผมที่พัทยาครับ ร้านวันดีเฮ้าส์ กับร้าน ม. ม้า ซีฟู้ด

Pattaya Lager
ตั้งแต่เริ่มเขียนรีวิวมาก็จะมีบทความอันนี้เป็นอันแรก ที่เขียนร้านอาหารสองร้านไว้ด้วยกันในบทความเดียว แล้วแถมที่จริงก่อนที่จะไปถ่ายรูปสองร้านนี้ ผมได้ไปถ่ายรูปร้านอาหารหนึ่งร้าน กับโรงแรมหนึ่งแห่งมาก่อนแล้ว แต่ขึ้เกียจเขียน  นี่ขนาดดูรูปขึ้นบทความ ยังดูระเกะระกะอะไรปานนี้ ผมคงต้องมีทางลงจากการเขียนบทความพวกนี้วันใดวันหนึ่งเหมือนกันครับผมว่า  งานเขียนของผมมันเคยเปี่ยมด้วยความตั้งใจมากกว่านี้ มันกระตือรือร้นมากกว่านี้  มันเคยมีไฟในการเขียนมากกว่านี้  ผมว่าถ้าผมยังคงสถิติการเขียนแบบ "ขอไปทีอยู่เช่นนี้" ผมคงต้องลาวงการ blogger เหมือนกันครับ ดีกว่าห่วยจนไม่มีคนอ่านไปเองจริงไหม

ครั้งนี้ไปพัทยานอนโรงแรมเดิมครับ ที่รีวิวไปแล้วครั้งนึง ครั้งนี้ไม่ขอรีวิวอีก แต่แค่จะบอกว่า สัดส่วนการเข้าพักของนักท่องเที่ยวที่พัทยาดูจะเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน คือตอนนี้มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียและชาวจีนจำนวนมาก ส่วนนักท่องเที่ยวชาวยุโรปแสกนดิเนเวีย ก็ไม่ค่อยมาที่นี่กันแล้ว ไปที่ไหนก็มีภาษารัสเซีย อ้อ ส่วนอัตราการเข้าพักของโรงแรมที่ผมพูดถึงนี่ก็สูงมาก จนล้นและราคาก็ปรับตัวสูงตาม  ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องบริการยังโอเคอยู่ครับ

ไปครั้งนี้ผมตั้งใจไปกินร้านอาหารสองร้านที่เอามาลงรีวิว ในครั้งนี้มาก จริงอยู่ว่าพัทยามีร้านอร่อยมากมาย บางร้านเช่นมุมอร่อย หรือริมผา ลาพิน ก็คนอร่อยและคนเยอะมากมาย แต่ผมก็ยังจงใจเลือกสองร้านนี้มารีวิวครับ  ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้ search คำว่า ร้านอร่อยพัทยา แล้วมาเจอรีวิวอันนี้ของผมครับ

ร้านอาหารร้านแรกที่จะกล่าวถึงคือร้าน วันดีเฮ้าส์ ( Wandee House ) ซึ่งผมไม่สามารถหา facebook หรือ web ของร้านได้นะครับ ถ้ามีช่วยบอกจะขอบคุณมากครับ

Wandee house
ร้านวันดีเฮ้าส์ อยู่ที่ซอย 16 นาเกลือพัทยาครับ อาหารเป็นอิตาเลียน ร้านไม่ใหญ่มาก จุดเด่นของร้านคือเป็นร้านที่อาหารอร่อย และมี wine ดีๆ หลายขวดให้เลือกครับ ร้านนี้เปิดมาสิบกว่าปีแล้ว (since 1999) มีชื่อเสียงมากอยุ่ครับ ผมมาเจอร้านนี้ครั้งแรก ก็เป็นเพราะใช้ foursquare หาร้านอาหารอร่อยย่านนี้ Application ก็บอกว่า เพื่อนของผมเคยมาร้านนี้กัน และก็บอกว่าอร่อย ผมก็เลยตามมาจนพบนี่แหละครับ

Wandee house

วันดี เฮ้าส์
วันดี เฮ้าส์

เมนู วันดี เฮ้าส์

เมนู วันดี เฮ้าส์

วันดี เฮ้าส์
ไปวันดี เฮ้าส์ ต้องระวังอย่าไปกินมื้อเที่ยงนะครับ เพราะว่าร้านเปิด บ่ายสองโมง ข้อควรระวังอีกอย่าง คือร้านมีที่จอดรถนิดเดียวครับ

ผมมาร้านนี้ ผมอยากทานสองอย่างครับ อย่างแรกคือ Escargot อย่างที่สองก็คือ พาสด้าหมึกดำ ผัดขึ้เมา ผมว่าหาร้านอื่นจะทำอร่อยเท่าได้ยากครับ

escargot

พาสต้าหมึกดำ
อาหารอื่นๆก็ใช้ได้อยู่ครับ

ปลา

สลัดแซลมอนรมควัน

สันคอหมูย่างไวน์

foie gras

หอยลายอบชีส
ร้านแนะนำร้านที่สองคือร้าน ม.ม้าซีฟู๊ด ครับ  ร้านนี้ว่ากันว่า แม้แต่เจ้าของร้านซีฟู๊ดในพัทยาเอง เวลาจะมาทานอาหารทะเล ยังต้องมาทานที่ร้านนี้ เพราะอาหารเขาสด และปรุงได้อร่อยจริงๆ

ร้านนี้หายากนิดนึงครับ ต้องออกมาจากเมืองพัทยา เข้าถนนสุขุมวิท แล้วมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ สังเกตุซอย สุขุมวิท 14 ครับ มันจะอยู่เลยโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ไปอีกครับ  เข้าซอยไปแล้วร้านอยู่ทางขวา ตรงสะพานข้ามคลองพอดี  ไม่มีที่จอดรถนะครับ 

ม.ม้าซีฟู๊ด 
ร้านก็ค่อนข้างสบายๆนิดหน่อยครับ  มาร้านนี้ต้องกินปูครับ อร่อยเว่อร์มากครับ ร้านในประเทศไทย ที่ผมเคยกินมา มีปูม้าอร่อยๆ เช่นนี้ นับร้านได้ครับ และต้องมีร้านนี้อยู่ด้วย

ม.ม้าซีฟู๊ด

ปูม้า
 ใช้ไม้ทุบเปลือกปูให้แตก แล้วก็รับประทาน นับเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ดีมาก

วิธีกินปู

กุ้ง

ปูม้า
จบบทความนี้แล้วครับ ร้านที่พัทยามีอร่อยๆอีกหลายร้านอย่างแน่นอนครับ  ถ้ามีโอกาสคงได้เขียนถึงร้านอื่นๆต่อไป