แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Sapporo แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Sapporo แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ฮอกไกโด ในวันที่หิมะตกหนักมาก ตอนที่ หนึ่ง

ถนนหน้าศาลเจ้าฮอกไกโด 
กลับไปญี่ปุ่นอีกแล้วครับ ครั้งนี้กลับไปที่ฮอกไกโด การไปฮอกไกโดครั้งนี้ เป็นการไปครั้งที่สาม ครั้งแรกนั้นไปแล้วก็ตั้งใจว่าถ้ามีเงินจะกลับไปทานปูที่ คานิฮอนเค อีกครั้ง  ส่วนการไปครั้งที่สอง คือการไปเมื่อเกือบ ปีที่แล้ว ที่เป็นการไปกับ Jtb tour ที่เป็น  Hokkaido self drive ครับ ตอนนั้น JTB เพิ่งลองทำตลาดการท่องเที่ยว ฮอกไกโด ตะวันออก ด้วยการขับรถเที่ยวเอง สามารถลองย้อนอ่านได้ใน ลิงค์นี้ http://phongthon.blogspot.com/2013/05/1-hokkaido-self-drive-part-1.html   การไปครั้งก่อนเป็นการไปช่วงเดือน พฤษภาคม ซึ่งเป็นการเปิดฤดูท่องเที่ยวของฮอกไกโด เพราะปกติแล้ว Hi season ของการท่องเที่ยวและดูดอกไม้จะอยู่ในช่วงนั้น  แต่การไปครั้งนี้ เป็นการไปเปิดฤดู Hi season เหมือนกัน แต่เป็น Hi Season ของการเล่นสกี ครับ   หิมะที่ฮอกไกโด นี่เป็น Powder snow คือมันจะเป็นปุยๆ นุ่มๆ เหมาะกับนักสกีมือใหม่  และเหมาะกับการเล่นหิมะ มากเลยครับ  แต่วันที่เราไปกันนั้น เป็นวันที่มีพายุหิมะเข้าพอดี ซึ่ง ทำให้สนามบินและถนน มีการปิดเป็นพักๆ โชคดีของเราที่เราไม่พบปัญหาเครื่องบินขึ้นลงไม่ได้  จะมีปัญหาก็แค่ตอนกลับเท่านั้นเอง ที่รถติดมาก เพราะเกิดอุบัติเหตุบนถนน ทำให้ เกือบตกเครื่องบิน  แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ แบบทันเวลาฉิวเฉียด ครับ

ภาพนี้คือวันที่ไปวันแรก ที่สนามบิน New Chitose ครับ หิมะเยอะตั้งแต่วันแรก  แต่พออยู่ๆ ไป ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆครับ  

หิมะตกใหม่ๆ นี่สวยครับ เพราะมันจะขาว และสะอาด แต่ถ้ามันตกไปนานๆแล้ว มันก็จะแข็ง ลื่น อันตรายและก็สกปรก ผมคิดว่ามันเปรียบได้เหมือนกับความรักเหมือนกันนะครับ  ความรักโดยทั่วไปตอนใหม่ๆ มันก็มักจะสะอาด ตื่นเต้น สวยงาม น่าชื่นชม   แต่พอความรักปล่อยไปนานๆ มันก็จะละลาย  ที่ไม่ละลายก็กลายเป็นน้ำแข็ง เย็นชาต่อกัน  บางความรักก็กลายเป็นความแค้น ชิงชัง ที่อันตราย ครับ

เกี่ยวกันไหมครับ  แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ตอนเห็นหิมะครั้งนี้  อ้อ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นหิมะเยอะๆ อย่างนี้ สมัยผมอยู่ Illinois ก็หิมะเยอะแบบนี้เหมือนกัน  แต่นี่เป็นครั้งแรกของผมที่อยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วเจอหิมะเยอะแบบนี้ครับ  มันทำให้ ทิวทัศน์ดูสวยงามไปอีกแบบเลยละ

New Chitose Airport, Hokkaido
 การเดินทางครั้งนี้ เราเดินทางกันสิบคน ก็เลยใช้รถบัสครับ บัสคันเล็ก แต่ไม่ใช่คันในรูปนะครับ รูปให้ดูบรรยากาศ
New Chitose Airport, Hokkaido
ไปทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ มากครับ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ว่าไปทำอะไร จุดแรกที่แวะ check in ก็คือ แม่น้ำ โอตารุ ครับ  ตอนนั้นอุณหภูมิประมาณ 1.6 องศา เซลเซียส นับเป็นวันที่อุ่นที่สุด ที่อยู่ในรอบนี้เลย

Otaru canal

คราฟเบียร์ตอนนี้ หลากหลายยี่ห้อมากครับ  ในมือนี่เป็น โอตารุ เบียร์  ผมว่า เอาเข้าจริงแล้วเบียร์พวกนี้รสชาติคล้ายกันมาก ต่างกันแค่ฉลาก

Otaru beer
 ยากิ อิโม แถวๆนั้น อืม ครั้งที่แล้ว ที่มาฮอกไกโด ไม่ได้มาโอตารุครับ เพราะเราไปฮอกไกโดตะวันออก  แต่จริงๆตรงนี้ ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่มันเป็นจุดถ่ายรูป จุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมากัน เราเลยต้องมาด้วย
Otaru canal

ไปลองร้าน MazaSushi ครับ ร้านนี้เป็น Honten คือร้านแรก ของ MazaSushi  ผมคาดหวังไว้สูงมาก ก่อนจะไป  ก็เลย ผิดหวังครับ มันไม่ได้อร่อยมากๆเหมือนที่ฝันไว้  แต่ก็อยู่ระดับดีครับ
MazaSushi Otaru

MazaSushi Otaru

MazaSushi Otaru
ทุกร้านต้อนรับนักท่องเที่ยวมากครับ ตอนนี้  เนื่องจากเปิดตลาดท่องเที่ยวมาหลายปีแล้ว อาหารก็ไม่ค่อยแพงมากครับ

MazaSushi Otaru

MazaSushi Otaru

MazaSushi Otaru
 ของที่เขาบอกเป็น original ของร้านนี้ก็คือ อิคะโซเมงครับ  ทีแรกนึกว่าอะไร ปรากฎว่า เป็นปลาหมึกมาทำเป็นเส้นๆ แล้วกินกับน้ำ จิ้มโซเมงครับ  รสชาติก็ ธรรมดาครับผม
MazaSushi Otaru
เสร็จแล้วไปดูนาฬิกาไอน้ำ ตรงหน้าพิพิธภัณฑ์ กล่องดนตรี (Otaru Orgel Emporium)  เขาบอกว่านาฬิกาไอน้ำ แบบนี้มีอยู่สองเรือนในโลก เป็นที่ระลึกที่เมือง Vancouver มอบให้เมือง Otaru ครับ นาฬิกาไอน้ำนี้จะมีเสียงดังทุกๆ สิบห้านาที

และที่ถนนในย่านนี้ก็มีร้านขายของเต็มไปหมด เกือบทุกร้าน Tax free ครับ

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีแห่งเมืองโอตารุ ฮอกไกโด

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีแห่งเมืองโอตารุ ฮอกไกโด

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีแห่งเมืองโอตารุ ฮอกไกโด

เมืองโอตารุ ฮอกไกโด

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีแห่งเมืองโอตารุ ฮอกไกโด
หลังจากนั้นก็ไปขึ้นกระเช้า ไปที่ยอดเขาเทนงู ครับ  เพื่อไปชมวิวเมืองโอตารุ  การขึ้นกระเช้านี่เป็นกิจกรรมยอดฮิตอันดับต้นๆ ของคนที่มาเมืองโอตารุเลย  แต่วันนั้นหิมะตกหนักเลย

ตรงนี้เป็นลานสกีด้วย แต่ว่า ยังไม่เปิดฤดูสกีครับ  บอกแล้วว่าเราไปช่วงเปิดฤดกาลเลย  แต่ปีนี้หิมะมาเร็ว และมาเยอะมาก

Mt. Tengu , Otaru , Hokkaido
 หนาวมากเลย  ชื่อ Mt. Tengu นี่มีชื่อเดียวกันซ้ำๆกันหลายภูเขาในญี่ปุ่นครับ เทนงูคือเทพอีกา ที่อาศัยอยู่บนภูเขา  ไม่รู้เพราะญี่ปุ่นนี่อีกาเยอะด้วยหรือเปล่า เลยมีเรื่องราวเกี่ยวกับ เทนงู
Mt. Tengu , Otaru , Hokkaido
 ข้างบนตอนนี้ จะมองเห็นขาวโพลนไปหมด
Mt. Tengu , Otaru , Hokkaido
 มีศาลเจ้าเล็กๆ อยู่ด้วย
Mt. Tengu , Otaru , Hokkaido
หลังจากนั้นเราก็เดินทางเข้าที่พักที่ kiroro resort ที่เขาไปเล่นสกีกัน โดยมากเขาจะไปนิเซโกะ เพราะตรงนั้นเก่าแก่ และเป็นแหล่ง แถมตอนนี้คนไทยไปซื้อที่ดินที่นิเซโกะหลายเจ้ามากครับ   

แต่ครั้งนี้เรามาที่ Kiroro เพราะว่า มันเปิดตัวมาก่อน และปีนี้มีหนังดังในไทยเรื่อง แฟนเดย์ มาถ่ายทำที่นี่ครับ

ที่พักใน Kiroro มีสองที่ บริหารโดยคนละเจ้ากัน ที่เรานอนคือที่โรงแรมที่เรียกว่า A Tribute Portfolio Hotel ครับ อีกอันหนึ่งคือ Sheraton ซึ่งถ้าเป็น เชอราตัน จะอยู่ติดกับลานสกีเลย

Kiroro Hokkaido

One Day

Kiroro Hokkaido
ภายในห้องกว้างขวางดีครับ ไม่เหมือนพวกโรงแรมในเมือง
Kiroro Hokkaido
ห้องน้ำก็ใหญ่โต
Kiroro Hokkaido
ที่อาบน้ำรวม มีสองที่ คือ ที่ชั้นแปด เป็นน้ำร้อนธรรมดา กับที่ตรง fitness เป็น Onsen แต่ว่า มีน้ำ Onsen แค่ อ่างด้านนอกเท่านั้นครับ  อ้อแล้วก็ Fitness ก็เล็กๆ เอง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา

Kiroro Hokkaido


Kiroro Hokkaido
ร้านอาหาร มีหลายร้านครับ ทั้ง steak house, ห้องนานาชาติ ที่เราใช้ทาน บุฟเฟ่ต์ แล้วก็อาหารเช้า , ห้องอาหารอิตาเลียน และห้อง ซูชิ

สำหรับมื้อแรกที่ไปทานคือ ทานที่ Steak house ครับ รสชาติใช้ได้ แต่บริการรระดับสองดาว

Kiroro Hokkaido
เนื้อปู ผสมเนื้อหอย
Kiroro Hokkaido
steak เนื้อที่ดีที่สุดที่มีในร้านนี้คือ เนื้อวากิว ฮอกไกโด ครับ ต้องพูดคุยต่อรอง เรื่องขนาด กับราคาเขาก่อนครับ ถึงจะได้กิน  สรุปไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง
Kiroro Hokkaido
สำหรับวันแรก ก็จบลงที่ตรงนี้ครับ หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เลย เย็นวันนั้น แล้วติดตามต่อในตอนหน้าครับ


วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ขับรถยนต์เที่ยว ฮอกไกโด ตะวันออก ตอนจบ Hokkaido self drive (final)

Sapporo Beer Hall
ความเดิมตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และตอนที่ 3  ครับ

ตอนสุดท้ายแล้วครับครั้งก่อนเรามาหยุดค้างกันที่โรงแรมโซอุนเคียวที่ออนเนยู ถ้าดูตามแผนที่ข้างล่างคือตอนนี้เราอยู่ที่หมายเลข 11 ครับ

ขับรถออกจากโรงแรมไปใกล้ๆ ก็จะถึงน้ำตกกิงกะ กับ ริวเซอิ เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้ๆกันครับ  คณะแวะมาถ่ายรูปหมู่กันที่ตรงๆนี้ แล้วก็ขับรถต่อ

น้ำตกทั้งสองอยู่ในอุทยานแห่งชาติไดเซทซึซัง (Daisetsuzan) ดูจากชื่อของมันแล้วอุทยานแห่งชาตินี้คงถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นส่วนใหญ่  และก็มีน้ำตกในอุทยานนี้หลายแห่งครับ

แผนที่อุทยาน
 น้ำตก กิงกะ  หรือน้ำตก ทางช้างเผือก (แปล)
น้ำตกกิงกะ
จากนั้นขับรถไปขึ้นกระเช้าไปบน จุดชมวิวยอดเขาคุโรดาเกะ  ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan ที่ว่านี่แหละครับ  ตอนนี้ยังอยู่ที่หมายเลข 11 ในแผนที่เหมือนเดิมนะครับ


แผนที่การขับรถวันที่ 4
กระเช้าชมวิว

วิวจากจุดชมวิวที่ 1 ของเขาคุโรดาเกะ

จุดชมวิว Kurodake


กระเช้า
 เวลานี้เป็นเวลาที่หิมะละลายไปมากแล้ว เพราะเข้าฤดูใบไม้ผลิไปแล้วครับ

จุดชมวิว Kurodake
ลงจากกระเช้าก็ขับรถไปเรื่อยๆจากจุด 11 ถึง จุด 12 ที่เป็นที่พักรถที่ใหญ่มากๆครับ Sunagawa Highway Oasis  website ของเมือง Sunagawa ครับ

ที่นี่มีร้านอาหารใหญ่ หลายร้านและอร่อยดีครับ  ในรูปคืดซังไซโซบะ ให้ความรู้สึกเหมือนอาหารโรงอาหารโรงเรียนเกียวโตเลยครับ  อร่อย

ซังไซ โซบะ
 ของฝากของฮอกไกโด ก็จะเป็นพวกเมล่อน เมล่อนต้องยูบาริเมล่อน ครับ

ยูบาริเมลอน

Yubari Melon
 หรือจะซื้อปูขนไปฝากกันเลย

ปูขน
การเดินทางในวันที่สี่ ขับรถบน Highway ส่วนใหญ่เลยครับ  รูปข้างล่างนี่จะถึงซับโปโร ละ  ทัวร์ที่มาฮอกไกโด ส่วนมากจะไปฮอกไกโดตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ กันคือไปทางพวกโอตารุ ไรงี้

Highway
 หันไปมองป้ายทะเบียนรถข้างๆ   11-11
รถ 11 11
 มองไปข้างเหน้าเห็น Sapporo TV Tower ครับ เป็น landmark แห่งหนึ่งของ ซับโปโร
Sapporo Tower
 4 วัน 1156 กิโลเมตร ครับ ณ จุดส่งรถคืน Bye bye รถ prius Alpha แล้วครับ ตอนนี้เราอยู่ จุดที่ 13 แล้วครับ

ระยะทาง
พักที่โรงแรม Sapporo Grand hotel  โรงแรมใช้ได้ทีเดียวครับ 

Sapporo Grand hotel

Sapporo Grand hotel
 ใช้รถทัวร์กันละ
Sapporo Grand hotel
เดินจากโรงแรมไปไม่ไกล ก็ถึงสถานีรถไฟ ซับโปโร ครับ ตรงนั้นมี big camera อยู่ ใกล้ๆ และควรซื้อของฝาก หรือของที่อยากจะซื้อที่นี่ เพราะถูกกว่าที่อื่นเยอะเลย ถ้ามี passport ไปด้วยก็ลดอีก 5%

ซับโปโร เอกิ
 ร้านคานิ ฮอนเคะ ที่ผมเคยคิดว่าจะกลับมากินอีกครั้งเมื่อมีเงินนะครับ เคยมาตรงนี้ครั้งที่สองละ ก็ยังไม่ได้ทาน คงต้องมาครั้งที่สาม

คานิ ฮอนเคะ
Hokkaido Tokeidai ครับ เป็น land mark อีกแห่งของ ซับโปโร อาคารนี้เป็นอาคารที่เก่าที่สุดในซับโปโร ครับ  จะมีคนมาคอยถ่ายเวลาหอนาฬิกาตีระฆังบอกเวลาทุกๆชั่วโมงครับ

ฮอกไกโด โตเกได
ตอนเย็นทานอาหารที่ ซับโปโร เบียร์ ฮอลล์ ครับ เป็นจุดที่อยากมามากจุดหนึ่งในทริปนี้เลย ร้านซับโปโร เบียร์นี่มีหลายสาขาในประเทศญี่ปุ่นนะครับ ที่เกียวโตก็มี  แต่ต้นตำหรับต้องที่นี่

"ณ ที่แห่งนี้ เราผลิตสาเก ที่เรียกว่าเบียร์ ด้วย มอลต์ และ ฮอปส์ "   ประโยคสุด classic ของสถานที่แห่งนี้ 
Yebisu ก็เป็นของ Sapporo beer นะครับ
Sapporo Beer Hall

Sapporo Beer Hall
 ที่นี่่เป็นมรดกฮอกไกโด ด้วยนะครับ ( Hokkaido heritage ) และเป็นพิพิธภัณฑ์ เบียร์แห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่น
Sapporo Beer Hall
 ภายในเป็นอาหารปิ้งย่างครับ  ควันเยอะเหม็นไปทั้งตัว แต่ก็สุขใจ

Sapporo Beer Hall
 อาหารทะเลที่ฮอกไกโด ไม่แพ้ที่ใดในโลกแน่นอน  ดูหอยเชลล์แบบบุฟเฟ่ต์ ยังดีขนาดนี้

Sapporo Beer Hall

 ราคาครับ  คอเบียร์สั่ง โนมิโฮได (All you can drink ) ไปเลยครับ

Sapporo Beer Hall
Sapporo Bier Garten
 กินเท่าไหร่ก็ได้ ในเวลา จำกัด 1 ชั่วโมงครึ่ง ครับ

Sapporo Beer Hall

ทิวลิปหน้าโรงแรม
ตื่นเช้าอีกวัน ทานข้าวแล้วก็ไปสนามบินแล้วครับ จบการเดินทางของทริป แต่เพียงเท่านี้

ที่โรงแรมมีน้ำผึ้งให้เลือกหลากหลายกลิ่น รส มากครับ  ทำจากน้ำหวานของดอกไม้คนละชนิดกัน

น้ำผึ้งหลากหลาย
ที่สนามบิน มี โดเรมอน สกายพาร์ค ด้วยครับ

Doremon Sky park
 แล้ว ก็ต้อนรับคนได้สุดๆ
ร้านค้าที่สนามบิน
 จบแล้วครับ สำหรับ รีวิวสี่ตอน ของการขับรถยนต์เที่ยงฮอกไกโด  ถ้าถามผมว่าดีไหม ผมก็ว่าดีนะ สำหรับคนที่ไม่เคยขับรถเที่ยวญี่ปุ่น การมีเพื่อนขับไปด้วยก็ดีกว่าขับคันเดียวเยอะเลย  แต่ผมว่าขบวนมันยาวเกินไปครับ

ผมว่าถ้ามาครั้งหน้า ผมก็คงจะขับรถเที่ยวเองดีกว่า ฮอกไกโดตะวันออกนี่ขับรถเที่ยวเองได้สนุกมาก  แต่ก็ต้องเลือกฤดูมาด้วยนะครับ ฤดูหนาวนี่มองไม่เห็นถนนเลยนะครับ อันตรายมาก

ผมเชื่อว่าอีกไม่นานคงได้เห็นรายการทีวี รีวิวทริปนี้ครับ รวมทั้งหนังสือด้วยครับ  รอติดตามแล้วกันครับ สำหรับผม เท่านี้พอครับ ชอบฮอกไกโดมากๆครับ

 ขอบคุณสำหรับการติดตาม