วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รีวิวโรงแรม วีรันดา เชียงใหม่ , Veranda Chiangmai : The high resort

วีรันดา เชียงใหม่
ต่อเนื่องในทริปเชียงใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2554 นี้ ในทริปเดียวกัน ที่คืนแรกเราได้ไปพักที่ รติล้านนา
คืนที่สองนี่เราได้ไปพักที่ วีรันดา โรงแรมชื่อเดียว เจ้าของเดียว และผู้ออกแบบเดียวกันกับ วีรันดาที่หัวหิน นั่นเองครับ ( รีวิววีรันดาหัวหินของผมที่ I love to go ครับ)

โรงแรมในกลุ่มของวีรันดาเริ่มครั้งแรกมาจากที่หัวหิน โดยท่านผู้บริหารท่านหนึ่งจากกลุ่ม Major , Siam future และในปี 2009 วีรันดาที่เชียงใหม่แห่งนี้ ก็เปิดให้บริการครั้งแรก และล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ โรงแรมนี้ ได้เข้าอยู่ใน M Gallery Collection บูติกแบรนด์ ในเครือ Accor group ครับ โรงแรมนี้ถูกรีวิวโดยอาจารย์ชานไม้ชายเขาไปแล้วครับ และรูปที่ท่านถ่ายไว้ สวยงามมากจริงๆ เชิญติดตาม รีวิวของอาจารย์ชานไม้ได้ที่ ตาม link ครับ

โรงแรมวีรันดาอยู่ที่อำเภอหางดง ซึ่งถ้าเทียบกับโรงแรมที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ไปอยู่ตามหุบเขาแล้วโรงแรมอื่นแล้ว  ที่แห่งนี้ไม่ไกลจากตัวเมืองและตัวสนามบินเลย  โรงแรมห่างจากไนท์ซาฟารี ราว 10 กิโลเมตรเท่านั้น เพียงแต่ถนนที่เข้ามาเป็นทางสองเลนและวกวนไปบ้าง

เมื่อเข้ามาสิ่งที่พบเป็นอย่างแรกเมื่อ check in คือที่นี่ครับ

วีรันดาเชียงใหม่
 เข้ามาจะได้รับ welcome drink
welcome drink at Veranda Chaingmai
 lobby ที่นี่ให้ความรู้สึก กว้างใหญ่มาก ครับ ความรู้สึกอย่างแรกของผมเมื่อเดินเข้ามาที่นี่คือ โรงแรมนี้ออกแบบสวยจริงๆ สมกับที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามด้วย  ผมเข้าใจว่าที่วีรันดาชะอำกับที่เชียงใหม่นี้ ผู้ออกแบบเป็นสถาปนิกกลุ่มเดียวกัน นั้นคือ สถาปนิกจากสำนักงานสถาปนิกกรุงเทพ หรือ OBA นั่นเอง
Lobby วีรันดาเชียงใหม่
ว่ากันว่าที่หลังคาโค้งๆ ได้แนวคิดมาจากหนังเรื่องสุริโยทัย และที่นั่งที่โค้งๆใน Lobby นี่ ได้แนวคิดจากที่นั่งบนหลังช้างในสมัยโบราณ กันทีเดียว

Lobby วีรันดาเชียงใหม่
ห้องพักที่ได้มีโอกาสไปพักในคราวนี้คือห้องแบบ Plunge Pool Pavilion ที่อยู่ในกลุ่มของอาคารที่แยกออกไปจากห้องพัก Deluxe ซึ่งชั้นล่างจากเป็น Plunge Pool ชั้นบนเขาเรียก Jacuzzi Pavilion ห้อง Plunge Pool และ Jacuzzi Pavilion นั้น มีจำนวนเท่ากันคือมีอย่างละ 6 ห้องครับ เพราะมันอยู่ชั้นล่างชั้นบนของกันและกัน  ห้อง Plunge pool  (88 ตารางเมตรกับ ระเบียงอีก 45 ตารางเมตร) จะอยู่ชั้นล่าง มีขนาดใหญ่กว่า ห้องแบบ Jacuzzi ( 78 ตารางเมตร กับระเบียง 32 ตารางเมตร) ข้อแตกต่างหลักคือ ห้อง Jacuzzi นั้นปรับน้ำอุ่นได้    ราคาค่าเข้าพักของห้องสองแบบนี้เท่ากันครับ

ห้องที่ผมไปพักครั้งนี้คือห้องหมายเลข 911

ห้อง Plunge Pool 911
เจ้าตัวนี้ อยู่หน้าห้อง ที่นี่ไม่มีกระดิ่งไฟฟ้าครับ ใช้เป็นแบบนี้
กระดิ่งหน้าห้อง
 ในห้องมีเครื่องเล่น iPod ให้ มีที่ชงกาแฟอย่างดี มีชากาแฟชั้นดีหลายแบบเตรียมไว้ให้บริการฟรี  เครื่องดื่ม soft drink ในตู้เย็นทานได้ทุกอย่างไม่เสียตังค์ แต่ถ้าเปิดโซดาหรือพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องเสียตังค์เพิ่มครับ ส่วนที่ตรงทีวีมีเครื่องเล่น DVD ที่ต่อคาราโอเกะ ได้ด้วย แผ่น DVD สามารถไปขอยืมได้ที่ห้องสมุดที่อยู่ด้านล่างของ Lobby ครับ

เครื่องต่อ ipod ที่หัวเตียง
 Wifi มีให้ใช้ฟรีแต่ต้องขอ username กับ password จากที่ front ครับ
wifi มีให้ใช้ฟรี
แชมพู สบู่ ยานวด ของ Thann
 หมู่ตึก Pavilion มี 7 หลัง โดยที่เห็นอยู่ไกลสุดนั่นเรียกว่า President Pool Villa มีขนาดใหญ่ 420 ตารางเมตร
หมู่ตึก Pavilion 
 มองจากโซฟาออกไปจะเห็นสระ  ผมว่าที่นี่ควรจะติดม่านแบบตัดแสงก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะแสงจากด้านนอกเข้ามาเยอะมาก ทำให้มองไม่เห็นทีวีหรอก  แล้วอีกอย่าง ตอนเช้าๆ ขนาดปิดม่านทั้งสองชั้น ( มีม่านด้านนอก กับม่านที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน) แสงก็ยังเข้ามาได้ครับ เพราะม่านบางมาก

มุมมองจากโซฟา

เตียง 

ห้องน้ำขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอาบตรงไหนมองออกไปข้างนอกก็จะเห็นต้นไม้
ห้องน้ำ
แวะไปเยี่ยมห้องพัก แบบ Jacuzzi มาด้วยครับ  จะเห็นวิวชัดกว่า เพราะห้องข้างล่างต้นไม้บังวิวหมด 

วิวจากห้อง Jacuzzi Pavillion 
แล้วแต่ชอบครับ ใครใคร่อยู่แบบไหน ก็ได้ราคาเท่ากันแหละ
ห้องน้ำของห้อง Jacuzzi Pavilion
รูปนี้เป็นรูปอาคารของห้องพักแบบ Du luxe ที่มีอยู่ 56 ห้อง ขนาด 43 ตารางเมตร จะเห็นว่ามองออกมาจะเห็นกำแพงซึ่ง ทางสถาปนิกบอกว่าได้แรงบันดาลใจจากำแพงเมือง ในหนังเรื่องนเรศวร

กำแพงเมือง
ห้องอาหารเช้า และอาหารบ่ายนั้น มาทานได้ที่ห้องอาหาร Higher room ที่อยู่ติดสระน้ำ จริงๆแล้วการอยู่ติดกันแบบนี้ดูไปก็สวยงามดี แต่หากมีคนมาว่ายน้ำ คนทานข้าว กับคนว่ายน้ำ อาจจะรู้สึก ขัดใจซึ่งกันและกัน ก็เป็นได้ครับ

Higher room
 ผมชอบสระว่ายน้ำของที่นี่ มันเป็น infinity edge สองด้านทีเดียว  ว่ายแล้วเหมือนว่ายอยู่บนท้องฟ้า มองออกไปจะเห็นเมฆหมอกอยู่บนภูเขา ติดก็แต่ขอบของสระที่นี่คมมาก


ภายในห้องอาหาร Higher room


ห้องอาหารอีกที่คือระเบียงชา ซึ่งตรงนี้ใช้เป็นห้องอาหารสำหรับตอนเย็นและตอนกลางคืน และก็เป็น Bar ไปด้วยในยามค่ำคืน  เพียงแต่ว่าตรงนี้มันค่อนข้างไกลจากที่พักพอสมควร และที่นี่กลางคืนนั้น มืดมากครับ แต่ผมเข้าใจว่ากลางคืนเรียกรถกอล์ฟมารับส่งได้อยู่นะครับ เขาบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ระเบียงชา
 อาหารขึ้นชื่อของระเบียงชา
ก๋วยเตี่ยวห่อลาบ

พิซซ่าแฮม
ห้องสมุดครับ สามารถยืมหนังสือ และหนังไปดูในห้องได้  อ้อ กิ๊ฟชอปของที่นี่ ของเก๋ๆดีครับ
ห้องสมุดและกิ๊ฟชอป
 พยายามตัดรูปไปเยอะแล้วก็ยังยาวทุกทีเลยนะครับ รีวิวโรงแรม  ผมชอบครับโรงแรมนี้ และอยากไปอีกครับ  ท่านที่จะไปพักควรทราบว่าที่นี่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมาก ดังนั้นท่านจะต้องเจอกับแมลงเยอะสักหน่อยครับ


2 ความคิดเห็น: