แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮานอย Hanoi แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮานอย Hanoi แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ฮานอย เวียดนาม ตอนที่ 2/2

หลังจากได้ทำงานเสร็จหมดแล้ว ก็มีเวลาเดินเล่นในเมืองอยู่ 1 วัน ผมเดินจากโรงแรมไปไม่นานก็ถึง Hoan Kiem Lake ซึ่งแปลว่า ทะเลสาบแห่งดาบที่กลับมา ส่วนปราสาทที่เห็นอยู่กลางเกาะนั้น เรียกว่า หอคอยเต่า หรือ Tortoise Tower

แต่เดิมเรียกทะเลสาบนี้ว่า ทะเลสาบสีเขียว ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อ ตำนานเล่าขาน ว่าดาบที่หายไป ได้คืนกลับมาโดยเต่าวิเศษ และยังเชื่อว่า ดาบอันนั้นยังคงจมอยู่ที่ใดที่หนึ่งในทะเลสาบแห่งนี้














ภาพของเต่าวิเศษผู้นำดาบมาคืน

อยู่ไม่ห่างกันนั้นมีวัด Ngoc Son กับสะพานไม้สีแดง ที่ถ่ายรูปเผินๆ อาจนึกว่าอยู่ที่ญี่ปุ่นหรือจีนได้ วัดนี้ต้องเสียค่าเข้าเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่าต่อการลองเข้าไปดู ผมเดินไปเดินมาแถวๆนั้น พบของขายหลายแบบ คล้ายๆตลาดประตูน้ำ แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรมา ของที่อาจจะน่าสนใจก็คือพวกเครื่องไม้ ลง แลกเกอร์ สีสวยๆครับ
วัด Ngoc Son

ร้านเครื่องไม้ลง แลกเกอร์

ผมเดินๆต่อไปจนถึงหน้าโรงละคร ซึ่งผมเข้าใจไปเองว่า ย่านนี้คงจะหรูสุดแล้ว เพราะมี Hilton กับมีพวกร้านหรู เช่น Gucci ร้าน Louis อยู่ในบริเวณนี้ เข้าใจว่าอาคารย่านนี้สร้างโดยพวกฝรั่งเศส ไว้ใช้เป็นศูนย์
บัญชาการดูแล อาณานิคมในย่านนี้

โรงละคร Hanoi

สามล้อ Hanoi

ระหว่างเดินจะเห็นรถสามล้อ แบบให้คนนั่งนั่งอยู่ข้างหน้า คนขับอยู่ข้างหลัง ผมว่าค่อนข้างอันตราย และที่สำคัญ ภายหลังผมมาพบว่า นั่ง Taxi ถูกกว่า และมี Meter ด้วยครับ

เดินไปอีกเช่นกัน ถึงพิพิทธภัณฑ์ ซึ่งสร้างจากตึกบัญชาการของฝรั่งเศสสมัยก่อนเช่นกัน ต้องเสียเงินเข้าไป หากอยากเอากล้องเข้าไปถ่ายก็จ่ายเงินเพิ่ม ก็เอากล้องเข้าได้ครับ
พิพิทธภัณฑ์ Hanoi

ภายในมีการแสดงประวัติศาสตร์ของเวียดนาม เรียงยุค ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ผมว่าเข้าไปดูก็ไม่เลว

คันนอน พันมือ
จบแล้วครับ สำหรับประสบการณ์สั้นๆใน Vietnam ของผม ผมกลับมาถึงกลับต้องไปหาหนังเรื่อง เราสองสามคน ที่เขาถ่ายทำที่ เวียดนาม ออกมาดู หากมีโอกาส จะไปใหม่อีกครั้งครับเวียดนาม


ฮานอย เวียดนาม ตอนที่ 1 /2

ผมตอบรับแทบจะทันที ที่รู้ว่าจะได้ไปงานสัมนานานาชาติที่เวียดนาม เพราะผมไม่เคยไปเวียดนามเลย และก็ไม่คิดว่าจะได้ไปด้วย ในงานสัมนาครั้งนี้ จัดเป็นสองวัน ซึ่งทางคณะจัดคณะเรา ก็จัดให้คณะเราได้ไปก่อนวันงาน 1 วัน เพื่อที่จะได้มีอากาส เที่ยว ว่างั้นเถอะ

เมื่อไปถึง สิ่งที่ผมทำคือการแลกเงิน แต่ปรากฎว่า เอาเข้าจริงๆ เงินไทย หรือเงิน US S$ หรือ ดอง เวียดนาม ก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น และเรื่องที่เพิ่งทราบ คือ 1 บาท มีค่าอยู่ประมาณ 650 ดอง ณ เวลาที่ผมไป ดังนั้น ถ้าแลกตังค์สัก 1500 บาท จะได้ กลับมาเป็น ล้าน ดอง ทีเดียว


เมื่อขึ้นรถ Guide ก็จะเริ่มพูดถึงแต่เรื่องของ ท่านโฮจิมิน ที่เป็นผู้กอบกู้ชาวเวียดนามให้พ้นจากการยึดครองของฝรั่งเศส รวมทั้งเป็นผู้นำในการรบจนเวียดนามรวมกันได้ แม้ท่านจะเสียชีวิตไปก่อนก็ตาม ซึ่งดูเหมือน ชาวเวียดนามจะพูดถึงท่านโฮจิมิน ในฐานะ Hero ผู้ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว



ในขณะที่เขียน เวียดนามมี GNP อยู่ในระดับพอๆกับไทยแล้ว และมีจำนวนประชากรมากกว่าไทย เพราะเขามีประมาณ 90 ล้านคน แต่หากดูสภาพบ้านเมืองโดยรวม จะพบว่าเมืองยังไม่เจริญเหมือนในเมืองไทย เป็นการผสมระหว่างตึกใหม่กับตึกเก่า ซึ่งตัวตึกใหม่ๆ ก็ยังสร้างได้ไม่สวย และเทคนิคการทำก็ยังคงหลังจากบ้านเราอยู่พอควร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตามไม่ทัน

สถานที่ที่ได้ไปในวันแรกคือ เมือง Ninh Bin ซึ่งห่างจาก Hanoi ไปประมาณ 100 กิโลเมตร จะพบสถานที่ที่คนไทยเรียกว่า ฮาลองบก หรือ เวียดนามเรียก แทมก๊ก จะเป็นลักษณะ บ่อน้ำใหญ่ๆใช้การท่องเที่ยวไปโดยใช้เรือพาย พายไปกลับ


แทมก๊ก ที่ Ninh Bin

เรื่องน่ารำคาญใจ คือคนที่นี่เขาบังคับขายของนักท่องเที่ยว หากเราไปล่องเรือ ก็จะพบกับคนไปตามถ่ายรูปเรา และก็เอามา(บังคับ)ขาย รวมทั้งมีการขายของอะไรกันบนเรือด้วย สุดท้ายยังทวงทิปอีก ซึ่งก็ทำให้เสียบรรยากาศไปพอสมควร แต่โดยรวมๆ ก็บรรยากาศดี อาากศเย็นสบายครับ แต่จะคุ้มกับการนั่งรถไปกลับ กว่า สามชั่วโมง ในถนนเส้นเล็กๆ หรือไม่นั้น แล้วแต่ท่านจะพิจารณา

คนถ่ายรูปถึงกับลงเรือมาตามถ่ายรูปเพื่อ(บังคับ)ขาย

คนนีมือพาย มือถือกล้อง
ส่วนคืนวันแรกที่เราไปถึงนั้น เราก็ไปกินกันที่ ร้าน Quan An Noon ผมไม่สามารถระบุตำแหน่งได้แน่ชัด แต่อยู่ใกล้ๆ โรงแรมนั่นแหละ โรงแรมที่เราพัก เป็นโรงแรมของคนไทยมั้งครับ โรงแรม Melia Hanoi www.meliahanoi.com

Quan An Noon
ครัวก๋วยเตี่ยวของ Quan An Noon
สำหรับอาหารก็เป็นดังรูป ซึ่งผมว่าที่ในร้านในไทยอร่อยกว่านะครับ ที่นี่จะจืดๆหน่อยๆ แล้วได้ยินว่า ที่หนองคายที่บ้านเราที่มีทำพวกนี้เหมือนกัน เขาก็เป็นคนเวียดนามที่อบยพไปนี่แหละทำ แต่บ้านเรามีเครื่อง ครบกว่า ทำให้ได้รสชาติที่ดีกว่า อันนี้ก็ต้องลองพิสูจน์กันดูเอง

อันนี้คล้ายๆหมูปิ้ง

กุ้งพันอ้อย

โปรดติดตามต่อไปในตอนที่สอง นะครับ